posttoday
ไทยนำโด่งในการใช้ AI ประหยัดเวลาทำงาน พร้อมก้าวสู่ยุค Agentic

ไทยนำโด่งในการใช้ AI ประหยัดเวลาทำงาน พร้อมก้าวสู่ยุค Agentic

24 กันยายน 2569

รายงานเผยนักพัฒนาไทย 70% ใช้ AI ลดเวลาทำงานเกิน 7 ชั่วโมง/อาทิตย์ ขณะที่ภูมิภาคมุ่งสู่ AI Agent แต่ยังเผชิญอุปสรรคด้านต้นทุนและการกำกับดูแล

การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในแวดวงการพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยน ข้อมูลล่าสุดจากรายงาน Agoda AI Developer Report 2026 ระบุว่านักพัฒนาในอาเซียนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้ AI เป็นเพียงผู้ช่วย ไปสู่การใช้งาน AI Agent แบบอัตโนมัติตลอดทั้งวงจรการพัฒนาซอฟต์แวร์ การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ และกำลังเข้ามาปรับโฉมวิธีการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม  

 

​เมื่อพิจารณาในระดับภูมิภาค ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่นักพัฒนาได้รับประโยชน์จากการใช้งาน AI มากที่สุด โดยผู้ตอบแบบสอบถามถึง 70% ระบุว่า AI สามารถช่วยลดระยะเวลาการทำงานลงได้อย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ 54% ของกลุ่มดังกล่าวยังระบุว่าสามารถประหยัดเวลาได้มากกว่า 10 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ของบุคลากรไทยที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม 7 ประเทศที่ทำการสำรวจ  

 

​ความตื่นตัวนี้สอดคล้องกับภาพรวมของอุตสาหกรรมโลก โดยอ้างอิงจากรายงาน 2025 DevOps Research and Assessment Report ที่ระบุว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโลกกว่า 90% ได้นำเครื่องมือ AI มาใช้งานแล้ว ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากการสำรวจในภูมิภาคยังชี้ว่า 62% ของผู้ใช้งานมองว่าโค้ดที่ถูกสร้างโดย AI มีคุณภาพสูงจนสามารถนำไปใช้งานได้ทันที หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  

 

แม้เทคโนโลยี AI จะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากตั้งแต่การรีวิวโค้ดไปจนถึงการแก้บั๊ค แต่การตัดสินใจของมนุษย์ก็ยังคงเป็นมาตรฐานสำคัญที่ขาดไม่ได้ นักพัฒนา 86% ยังคงต้องตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของผลลัพธ์จาก AI อย่างสม่ำเสมอ ประเด็นนี้ได้รับการสนับสนุนจากรายงาน 2025 GenAI Code Security ของ Veracode ที่พบว่าโค้ดที่สร้างโดย AI เพียง 55% เท่านั้นที่ปลอดภัยจากช่องโหว่ การกำกับดูแลจากมนุษย์จึงเป็นขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่ง  

 

​นอกจากนี้การขยายขนาดการใช้งาน AI Agent ในระดับองค์กรยังคงเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ แม้ 53% ขององค์กรจะเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานจริงแล้ว แต่มีเพียง 38% ที่ประเมินว่าโครงสร้างระบบ ของตนมีความพร้อมรองรับการทำงานแบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ อุปสรรคหลักที่พบคือข้อจำกัดด้านต้นทุนที่สูงถึง 28% ซึ่งครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการบูรณาการระบบ การตรวจสอบ และการรับรองความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เพียงแค่ต้นทุนจากการเรียกใช้โมเดล  

​ในอนาคตอันใกล้ บทบาทของนักพัฒนาจะเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นผู้ออกแบบ

 

สถาปัตยกรรมระบบและผู้ควบคุมดูแล AI Agent มากขึ้น แม้จะมีความกังวลถึงความมั่นคงในสายอาชีพ โดยเฉพาะในกลุ่มนักพัฒนาระดับต้นกว่า 49% แต่การปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนผ่านนี้คือสิ่งจำเป็น องค์กรที่จะประสบความสำเร็จในยุคต่อไปคือองค์กรที่บริหารจัดการต้นทุนได้อย่างรอบคอบ สร้างกลไกความปลอดภัยและผสานการทำงานระหว่าง AI กับมนุษย์ได้อย่างเหมาะสม

 

 

ข่าวล่าสุด

ก.ล.ต. หนุนแก้ 4 กฎหมาย ยกระดับกำกับดูแลตลาดทุน หลังสภาฯ ผ่านหลักการ

ก.ล.ต. หนุนแก้ 4 กฎหมาย ยกระดับกำกับดูแลตลาดทุน หลังสภาฯ ผ่านหลักการ