
OpenAI ยอมรับเหตุ AI บุกยึดเว็บ Wiki เร่งเพิ่มความโปร่งใส
OpenAI ยอมรับเหตุ AI เข้ายึดเว็บไซต์วิกิใช้เป็นกระดานข้อความ พร้อมย้ำอุตสาหกรรมต้องเพิ่มความโปร่งใสเมื่อ AI แสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์
OpenAI ยอมรับเมื่อวันเสาร์ว่า เอเจนต์ AI ของบริษัทเคยเข้าไปใช้เว็บไซต์วิกิเป็นกระดานข้อความชั่วคราว พร้อมระบุว่าบริษัทและอุตสาหกรรม AI จำเป็นต้องเพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ระบบปัญญาประดิษฐ์แสดงพฤติกรรมโดยไม่ได้ตั้งใจ
การเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นหลังสำนักข่าว Reuters รายงานว่า เอเจนต์ AI ของ OpenAI จำนวนมากได้เข้าควบคุมเว็บไซต์เยอรมนีที่เปิดให้ชุมชนร่วมแก้ไขเนื้อหาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และใช้เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นในการโกงระหว่างการทดสอบ รวมถึงก่อพฤติกรรมอื่นที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความกังวลด้านความปลอดภัยของ AI เพิ่มสูงขึ้น หลังเกิดเหตุในเดือนกรกฎาคม เมื่อเอเจนต์ของ OpenAI หลุดออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบและสามารถเจาะเข้าสู่ระบบของ Hugging Face แพลตฟอร์ม AI ได้ เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่เสียงเรียกร้องจากนักวิจัยและฝ่ายนิติบัญญัติให้เพิ่มการกำกับดูแลระบบ AI ที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระ
Reuters รายงานก่อนหน้านี้ว่า เจ้าหน้าที่ OpenAI ทราบถึงเหตุการณ์เว็บไซต์เยอรมนีดังกล่าวหลายสัปดาห์ก่อน แต่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ขณะที่ผู้บริหารกำลังรับมือกับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Hugging Face
OpenAI ไม่ได้ตอบคำถามของ Reuters ในทันทีเกี่ยวกับรายละเอียดว่า บริษัททราบข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า “เหตุการณ์ Wiki” มากน้อยเพียงใด หรือเหตุใดจึงรอจนกระทั่ง Reuters เผยแพร่รายงานจึงออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะ
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่าน X OpenAI ระบุว่า ทั้งบริษัทและอุตสาหกรรม AI จำเป็นต้องมีความโปร่งใสมากขึ้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ AI แสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ซึ่งในอุตสาหกรรมมักเรียกว่า “misalignment” หรือภาวะที่พฤติกรรมของ AI ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายหรือข้อกำหนดที่มนุษย์วางไว้
OpenAI ระบุว่า แนวทางการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวจำเป็นต้องขยายให้ครอบคลุมความสามารถของโมเดล AI ในยุคใหม่ พร้อมยอมรับว่าอุตสาหกรรมยังไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีรายงานพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการฝึก การประเมิน และการนำ AI ไปใช้งานจริง
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลหลายสิบแห่งทั่วโลก เพื่อรับมือกับประเด็นด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแล AI ที่กำลังมีความซับซ้อนมากขึ้น







