
AI ยุคใหม่ขยายสู่โครงสร้างพื้นฐาน จุดเปลี่ยนลงทุนโลก
เทคโนโลยี AI ก้าวสู่ยุค Agentic AI ส่งผลให้ความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้าพุ่งสูง เปิดโอกาสลงทุนใหม่ในโครงสร้างพื้นฐานยุคถัดไป
ปัจจุบัน AI กำลังพัฒนาก้าวข้ามขีดจำกัดจากการเป็นเพียงซอฟต์แวร์ หรือการสร้างเนื้อหาข้อมูลแบบ Generative AI ไปสู่ยุคของ Agentic AI เทคโนโลยีใหม่นี้ก้าวไปอีกขั้นด้วยความสามารถในการคิดวิเคราะห์ วางแผน เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ ตรวจจับปัญหา และทำกระบวนการต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ขอบเขตของ AI ขยายวงกว้างและต้องการระบบรองรับที่มหาศาลยิ่งขึ้น
การเติบโตนี้ส่งผลให้ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีในโลกจริงขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบคลาวด์ ความปลอดภัยไซเบอร์ ไปจนถึงชิปหน่วยความจำ สิ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้ในการประมวลผลขั้นสูงคือระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง แหล่งจ่ายไฟที่มีเสถียรภาพ และโครงข่ายไฟฟ้าที่ต้องรองรับข้อมูลขนาดใหญ่
ในด้านสถิติเศรษฐกิจที่มีผลต่อเทคโนโลยี คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัวที่ 1.7% ในปี 2569 โดยมีแรงหนุนหลักจากการลงทุนด้าน AI และตลาดแรงงาน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจยังคงตัวสูงระดับ 3.5% ซึ่งสูงกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอาจยังคงที่ตลอดปี 2569 และอาจเริ่มปรับลดในปี 2570
สำหรับฝั่งเอเชียทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศจีนกำลังแบ่งแยกชัดเจนขึ้น นโยบายของรัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาการผลิตขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ และการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่ม A-shares ที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบาย มากกว่ากลุ่ม H-shares ที่ยังมีน้ำหนักของบริษัทแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตซึ่งเผชิญการแข่งขันสูง
อีกทั้งนี้ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังปรับโครงสร้างระบบห่วงโซ่อุปทานจากระบบ Just in Time มาเป็น Just in Case เพื่อรับมือกับปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานและการแข่งขันทางเทคโนโลยี นำไปสู่การลงทุนระยะยาวในโครงข่ายไฟฟ้า พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบเศรษฐกิจ
ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและความซับซ้อนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเลือกลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตลาดสหรัฐฯ และเอเชียเกิดใหม่ยังคงเป็นโอกาสที่ดี ควบคู่ไปกับการลดอายุเฉลี่ยตราสารหนี้ลงเหลือ 4–5 ปี เพื่อลดความเสี่ยงด้านดอกเบี้ย นอกจากนี้ ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยระยะยาว โดยมีเป้าหมายที่ 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในปลายปี 2569 และ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในต้นปี 2570







