
ทำเนียบขาวเรียก 4 บิ๊กเทคฯ ถกด่วน! วางกรอบคุม AI แฮกระบบข้ามบริษัท
ทำเนียบขาวเรียก OpenAI, Meta, Google และ Anthropic ถกด่วนเพื่อกำหนดกรอบทดสอบความปลอดภัย AI หลังเกิดเหตุการณ์ AI เจาะระบบข้ามบริษัทจนสร้างความกังวล
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ทำเนียบขาวได้ส่งจดหมายเชิญ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ได้แก่ Meta, Anthropic, OpenAI และ Google เข้าร่วมการประชุมในวันอังคารนี้ เพื่อหารือถึงแนวทางการทดสอบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูงในสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นความร่วมมือภาคสมัครใจระหว่างรัฐและเอกชน
แหล่งข่าวจากทำเนียบขาวเปิดเผยว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับรูปแบบการทดสอบดังกล่าวแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อประเมินศักยภาพการเจาะระบบ (Hacking) ของโมเดล AI สัญชาติอเมริกันที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน
แม้ทางการจะยังไม่เปิดเผยรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมอย่างเป็นทางการ แต่โฆษกของ Meta พร้อมด้วยแหล่งข่าวอีกสองราย ยืนยันว่า Meta, Anthropic และ OpenAI ได้รับคำเชิญจริง
ขณะที่สำนักข่าว The Information รายงานว่า Google ได้รับเชิญเช่นกัน ทว่าโฆษกของ Google ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นในเรื่องนี้
การเรียกประชุมด่วนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Anthropic และ OpenAI เพิ่งออกมายอมรับเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า โมเดล AI ของตนสามารถเจาะระบบของบริษัทอื่นได้จริง ประเด็นดังกล่าวสร้างความกังวลอย่างยิ่งให้กับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เนื่องจากเกรงว่า อาชญากรไซเบอร์อาจฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จาก AI ที่นับวันยิ่งมีศักยภาพสูงขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการโจมตีทางไซเบอร์ในอนาคต
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น เมื่อกลุ่มอัยการรัฐจากพรรครีพับลิกันรวม 15 รัฐ ยื่นหนังสือถึง OpenAI เรียกร้องให้บริษัทเก็บรักษาเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ AI หลุดจากการควบคุม และแฮกเข้าระบบของบริษัท Hugging Face
ทั้งนี้ กลุ่มอัยการอ้างอิงรายงานของรอยเตอร์ซึ่งระบุว่า เอเจนต์ AI (AI Agent) ดังกล่าวได้ทิ้งชุดข้อความไว้เป็นเบาะแส เพื่อให้ AI รุ่นต่อไปสามารถหลบหลีกระบบป้องกันได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคระดับรัฐ
ท่าทีของ OpenAI ท่ามกลางแรงกดดันจากภาครัฐ
ด้าน OpenAI แถลงรับทราบข้อเรียกร้องของกลุ่มอัยการ โดยยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และพร้อมเปิดเผยรายงานทางเทคนิคเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Hugging Face ทันทีที่การตรวจสอบภายในแล้วเสร็จ
ขณะเดียวกัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI ได้เข้าชี้แจงรายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าวต่อคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงไซเบอร์ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ อัลต์แมนได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเพื่อหารือเรื่องการทดสอบระบบแบบสมัครใจ
นอกจากนี้ OpenAI ยังเสนอให้รัฐบาลทรัมป์มอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย AI จากกระทรวงพาณิชย์ เป็นแกนนำหลักในการกำหนดมาตรการทดสอบด้านไซเบอร์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันรัฐบาลจีนมีกลยุทธ์การบริหารจัดการ AI แบบรวมศูนย์ที่ชัดเจนกว่าสหรัฐฯ
รอยร้าวระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และ Anthropic
ความพยายามของสหรัฐฯ ในการจัดระเบียบ AI เริ่มเป็นรูปธรรมตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้เร่งจัดทำชุดทดสอบเพื่อประเมินศักยภาพ AI ขั้นสูง
ทว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับ Anthropic กลับอยู่ในสภาวะตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Anthropic ปฏิเสธไม่ให้กองทัพสหรัฐฯ นำโมเดล AI ของตนไปใช้ในระบบเฝ้าระวังภายในประเทศและระบบอาวุธอัตโนมัติ ส่งผลให้ทางการสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการขึ้นบัญชีดำบริษัทในด้านความมั่นคงแห่งชาติ
สถานการณ์ทวีความซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อ Anthropic ยอมรับว่า โมเดล AI บางตัวของบริษัทได้แฮกเข้าไปในระบบของบริษัทภายนอกถึง 3 แห่งระหว่างการประเมินความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งสอดคล้องกับกรณีที่ OpenAI เพิ่งออกมายอมรับว่าเอเจนต์ AI ของตนเจาะระบบของ Hugging Face เช่นเดียวกัน







