
ดาต้าเซ็นเตอร์กลางกรุงย่านพระราม 9 พร้อมกระแสคัดค้านหนาหู
ดาต้าเซ็นเตอร์ใจกลางพระราม 9 จุดชนวนเสียงคัดค้าน หวั่นผลกระทบด้านพลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อม สะท้อนโจทย์ใหญ่ของไทยที่เร่งดึงลงทุน AI แต่กฎหมายกำกับดูแลยังตามไม่ทัน
KEY
POINTS
- มีการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ (BKK01) กำลังไฟ 20 เมกะวัตต์ ในย่านพระราม 9 ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่นและใกล้โรงพยาบาล
- ชุมชนในพื้นที่คัดค้านโครงการเนื่องจากกังวลผลกระทบด้านการแย่งชิงทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำประปา รวมถึงปัญหาการปล่อยคลื่นความร้อนสู่พื้นที่อยู่อาศัย
- สาเหตุที่เกิดการคัดค้านรุนแรงเนื่องจากโครงการนี้มีขนาดใหญ่กว่าดาต้าเซ็นเตอร์อื่นในย่านเดียวกัน และไทยยังไม่มีข้อกฎหมายควบคุมโดยเฉพาะ ทำให้ไม่ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
ความนิยมและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของ AI ทำให้ปัจจุบัน ดาต้าเซ็นเตอร์ นับเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่หลายประเทศให้ความสนใจจัดตั้ง ไม่เว้นแม้แต่ในไทยที่มีความสนใจและประกาศแผนการลงทุนอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะนำไปสู่เม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเวียนเข้าสู่ประเทศ
นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่มีเพียงแผนการลงทุน แต่เริ่มมีการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ขึ้นแล้วในพื้นที่ใจกลางกรุง
ดาต้าเซ็นเตอร์กลางกรุง รวมพลในย่านพระราม 9
เมื่อพูดถึงดาต้าเซ็นเตอร์ในช่วงที่ผ่านมาก็ต้องเป็นโครงการ EDGNEX Data Centers หรือ BKK01 ที่มีแผนการจัดสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ โดยมีที่ตั้งคือ พระราม 9 ซอย 6 เขตห้วยขวาง กทม. กินพื้นที่ขนาด 19,000 ตารางเมตร กินกำลังไฟรวม 20 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็นสองอาคาร และเตรียมเปิดเฟสแรกภายในปี 2026 นี้
อย่างไรก็ตามการจัดสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งนี้กลับได้รับเสียงคัดค้านหนาหูจากสถานที่ตั้ง เนื่องจากอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น รวมถึงทำเลที่อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลพระราม 9 ที่นับเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ภายในพื้นที่ นำไปสู่ข้อกังวลแก่การใช้ชีวิตของคนในพื้นที่
ประเด็นสำคัญที่สร้างความกังวลให้แก่ชุมชนคือ การแย่งทรัพยากรภายในพื้นที่ เราทราบกันดีว่าดาต้าเซ็นเตอร์ใช้พลังงานและน้ำปริมาณมหาศาลในการขับเคลื่อนและหล่อเย็น การจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ จึงอาจนำไปสู่ปัญหาไฟตกหรือแรงดันน้ำประปาลด ที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อคนในชุมชน แต่รวมถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยในโรงพยาบาล
อีกหนึ่งประเด็นปัญหาคือ คลื่นความร้อน ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงและมีการระบายความร้อนออกมาตลอดเวลา ทำให้คนในพื้นที่รน้องเรียนผลกระทบในการแผ่คลื่นความร้อนออกสู่ชุมชน โดยเฉพาะพระราม 9 ที่เป็นชุมชนขนาดใหญ่ การมีแหล่งความร้อนนี้จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
เป็นเหตุให้คนในชุมชนเกิดความไม่พอใจ จนนำไปสู่ข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานภาครัฐในที่สุด
พระราม 9 แหล่งชุมนุมดาต้าเซ็นเตอร์
BKK01 ไม่ใช่โครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกที่จัดตั้งในบริเวณนั้น อันที่จริงพื้นที่แถบพระราม 9 มีการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์เป็นจำนวนมาก เช่น True Internet Data Center (True IDC) ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก ใกล้แยกพระราม 9 หรือ Telehouse Bangkok ของกลุ่ม KDDI ดาต้าเซ็นเตอร์พลังงานหมุนเวียน 100% แห่งแรกของไทยก็อยู่ในบริเวณนั้นเช่นกัน
นอกจากสองเจ้านี้ในพื้นที่แถบพระราม 9 และรามคำแหงยังมีการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์เป็นจำนวนมาก ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ระดับองค์กร หรือให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ตั้งแต่ BKK02, STT Bangkok 1 เลยไปอีกนิดแถบรัชดาก็มี AIS Data Center ภายในอาคาร CW Tower เห็นได้ชัดว่าเป็นพื้นที่ที่มีดาต้าเซ็นเตอร์อย่างหนาแน่น
สาเหตุที่เป็นแบบนี้เนื่องจากพื้นที่พระราม 9 เป็นศูนย์กลางเครือข่ายโทรคมนาคมระดับประเทศ มีโครงข่ายไฟเบอร์ออปติกหลัก และใกล้กับสถานที่ตั้งเครือข่ายผู้ให้บริการโทรคมนาคมในพื้นที่ เปรียบเสมอนศูนย์กลางอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าความหน่วง ความเสถียร และความเร็วการเชื่อมต่อ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์
อันดับถัดมาคือ ทำเลนี้ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในโลกของการเงินความเร็วเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจส่งผลกระทบใหญ่หลวง จึงสามารถเชื่อมต่อข้อมูลเข้าหาตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ รวมถึงโครงสร้างทางพลังงาน น้ำ และการเดินทางที่ทีให้ใช้งานพร้อมสรรพ
ทำให้แต่เดิมพระราม 9 ได้รับความสนใจและมีการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์อย่างกว้างขวาง
แล้วทำไมถึงมีประเด็นเอาตอนนี้
มาถึงคำถามสำคัญที่ทำให้หลายท่านฉงนว่า ในเมื่อบริเวณนั้นมีการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์เป็นจำนวนมากมาหลายปี ทุกแห่งก็สามารถเปิดตัว ดำเนินการ และอยู่ร่วมกับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดีไม่เคยมีข้อร้องเรียนมาก่อน เหตุใดจึงได้รับความสนใจและเริ่มเกิดเสียงคัดค้านเอาตอนนี้
สาเหตุสำคัญมาจากนี่เป็นโครงการแรกของย่านพระราม 9 ที่มีการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 20 เมกะวัตต์ เมื่อเปรียบเทียบกับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่อย่าง Telehouse Bangkok มีขนาดเพียง 9.5 เมกะวัตต์ ส่วนของ True IDC ยิ่งน้อยกว่านั้น ทำให้ BKK01 เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่ และสร้างผลกระทบใหญ่และกว้างขวางต่อชุมชนมากกว่า
และแม้นี่จะไม่ใช่โครงการใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพราะ BKK02 ที่ขนาดใกล้เคียงกันอยู่ในเครือบริษัทเดียวกันเป็นเขตพื้นที่พาณิชย์ ส่วน ETIX Bangkok #2 ของกลุ่มบริษัท ETIX Everywhere ที่มีขนาดถึง 23 เมกะวัตต์ก็อยู่ในพื้นที่โซนอุตสาหกรรมอยู่แล้ว พร้อมเทคโนโลยีระบายความร้อนแบบไม่ต้องใช้น้ำ ทั้งสองแห่งจึงไม่เผชิญข้อร้องเรียนแบบเดียวกัน
อย่างไรก็ตามข้อร้องเรียนของคนในชุมชนก็อาจไม่มีผลกระทบต่อการเดินหน้าโครงการนัก
ข้อกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมดาต้าเซ็นเตอร์
ปัจจุบันแม้ไทยจะสนับสนุนผลักดันให้มีการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์อย่างกว้างขวาง แต่ข้อกฎหมายในการควบคุมกลับมีน้อยและไม่ครอบคลุมนัก ข้อมูลจาก นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) เปิดเผยว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ใช่โครงการที่ต้องมีการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม(EIA) แต่อย่างใด
ในส่วน นายประภาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ระบุว่า ริษัทได้มีการแจ้งขอก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย ในรูปแบบอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 เพื่อใช้เป็นคลังสินค้า ศูนย์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงาน เท่านั้น
ปัจจุบันไทยไม่มีกฎหมายในการควบคุมการจัดตั้ง ก่อสร้าง และดำเนินการของดาต้าเซ็นเตอร์อย่างชัดเจน ทั้งที่นี่ไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป แต่เป็นโครงการที่อาศัยพื้นที่ พลังงาน และน้ำปริมาณมหาศาล นับเป็นโจทย์สำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งเข้ามากำกับดูแลให้รอบด้าน ทั้งในส่วนพลังงาน การบริหารจัดการน้ำ และทำเลที่ตั้งอย่างเหมาะสม
นั่นทำให้การดูแลควบคุมการจัดสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ นับเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับความสนใจ จัดตั้ง รวมถึงเตรียมหน่วยงานและบุคลากรให้พร้อมรับมือ เพราะปัจจุบันเฉพาะในกรุงเทพฯก็มีการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ไปแล้วกว่า 31 แห่ง และในไทยมีโครงการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์อีกกว่า 36 โครงการ มูลค่าถึง 7.28 แสนล้านบาท
แม้การนี่จะเม็ดเงินมหาศาลในประเทศ แต่ภาครัฐก็ต้องเร่งกำกับดูแลในส่วนนี้อย่างทันท่วงทีด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
กระแสคัดค้านและร้องเรียนดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ใช่เรื่องแปลก แม้จะขยายตัวอย่างกว้างขวางทั่วโลกแต่ความขัดแย้งกับท้องถิ่นก็มีมากไม่แพ้กันในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯที่นิวยอร์กสั่งเบรกการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์หนึ่งปี, ชิลีที่มีการประท้วงดาต้าเซ็นเตอร์จากบริษัทยักษ์ใหญ่จากทรัพยากรน้ำ หรือแม้แต่ญี่ปุ่นก็เกิดกระแสคัดค้านดาต้าเซ็นเตอร์ในโตเกียวเช่นกัน
คงต้องรอดูกันต่อไปว่า แต่ละประเทศรวมถึงไทยจะมีการขยับปรับตัวแก้ไขเรื่องนี้กันเช่นไร
ที่มา
https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2908054
https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1243525
https://www.prachachat.net/business/news-2037294







