posttoday
Instagram จ่อเก็บค่าใช้ฟีเจอร์ AI เหตุต้นทุนเซิร์ฟเวอร์พุ่งสูง

Instagram จ่อเก็บค่าใช้ฟีเจอร์ AI เหตุต้นทุนเซิร์ฟเวอร์พุ่งสูง

13 กรกฎาคม 2569

อดัม มอสเซรี ซีอีโอ Instagram ยันผู้ใช้ต้องจ่ายค่าบริการเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์ AI ในอนาคต เนื่องจากต้นทุนการประมวลผลและค่าบำรุงรักษาเซิร์ฟเวอร์พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

อดัม มอสเซอรี ซีอีโอของ Instagram ยืนยันผ่านช่วงถาม-ตอบ (Q&A) ประจำสัปดาห์บน Instagram Stories ว่า Instagram เตรียมเก็บค่าบริการเครื่องมือ AI ภายในแอปพลิเคชันเร็ว ๆ นี้ สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทแม่อย่าง Meta ที่กำลังเร่งหารายได้จากเทคโนโลยี AI เพื่อนำมาครอบคลุมต้นทุนทางธุรกิจที่สูงขึ้น

 

เมื่อผู้ใช้งานสอบถามถึงสาเหตุที่ฟีเจอร์ Generative AI สำหรับสร้างภาพและวิดีโอมีข้อจำกัดในการใช้งาน มอสเซอรีตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า Instagram กำลังปรับรูปแบบการให้บริการไปเป็นระบบสมาชิก (Subscription) อย่างเต็มตัว

 

"โมเดล AI มีต้นทุนการประมวลผลสูงมาก เราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนใช้งานได้ฟรี แต่ก็จำเป็นต้องจำกัดโควตาการใช้งานในแต่ละวัน ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ใช้จะสามารถจ่ายค่าสมาชิกเพื่อสิทธิ์การใช้งานที่มากขึ้นได้ ซึ่งตอนนี้ทีมงานกำลังเร่งพัฒนาระบบกันอยู่" มอสเซอรีระบุ

Instagram จ่อเก็บค่าใช้ฟีเจอร์ AI เหตุต้นทุนเซิร์ฟเวอร์พุ่งสูง

 

รุกคืบทีละก้าว ปูทางสู่ระบบเก็บค่าสมาชิก

ล่าสุด Meta เพิ่งเปิดตัวแพ็กเกจสมาชิกในชื่อ "Instagram Plus" แม้ในแพ็กเกจจะยังไม่ได้ระบุถึงสิทธิพิเศษในการใช้เครื่องมือ AI ไว้โดยตรง แต่ทางบริษัทก็เริ่มจำกัดโควตาการใช้เอฟเฟกต์ที่สร้างจาก "Muse" ซึ่งเป็นโมเดลสร้างภาพรุ่นล่าสุดแล้ว โดยหากผู้ใช้งานใช้โควตาจนครบ ระบบจะแจ้งเตือนให้สมัครสมาชิกเพื่อใช้งานเครื่องมือ AI ต่อทันที

 

นอกจากนี้ Meta ยังนำกลยุทธ์เดียวกันไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่างแว่นตาอัจฉริยะ Meta AI ที่เพิ่งออกแพ็กเกจสมาชิก "Meta One" ออกมา โดยผู้ที่จ่ายค่าบริการจะสามารถใช้ฟีเจอร์ Conversation Focus ได้แบบไม่จำกัดเวลา ขณะที่ผู้ใช้งานทั่วไปแบบไม่เสียเงิน จะถูกจำกัดการใช้งานเหลือเพียง 3 ชั่วโมงต่อเดือนเท่านั้น

 

เดิมพันครั้งใหญ่ของ Meta กับความท้าทายในตลาดผู้บริโภค

 

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า Meta กำลังปรับกลยุทธ์หันมาเก็บค่าบริการฟีเจอร์ AI จากผู้ใช้งานโดยตรง เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มกระแสเงินสดให้แข็งแกร่งพอที่จะนำมาชดเชยต้นทุนการพัฒนาระบบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

มอสเซรีกล่าวย้ำในช่วงตอบคำถามว่า อันที่จริง Meta อยากเปิดให้ทุกคนใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้ฟรีมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ "แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ทั้งค่าเสียโอกาสและค่าเซิร์ฟเวอร์กลับพุ่งสูงเกินไป จนบริษัทต้องเลือกระหว่างการจำกัดสิทธิ์การใช้งาน หรือการหันมาเก็บค่าบริการแทน"

 

การเรียกเก็บค่าใช้งาน AI ไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ในวงการเทคโนโลยี และมอสเซรีเองก็ส่งสัญญาณเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว ดังนั้น ในเมื่อ Meta ยังคงทุ่มเม็ดเงินมหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว ท้ายที่สุดบริษัทจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องดึงต้นทุนส่วนนี้คืนจากผู้ใช้งาน

 

จากทิศทางที่ชัดเจนขึ้นนี้ คำถามสำคัญที่แวดวงธุรกิจและเทคโนโลยีต้องจับตาดูต่อไปคือ กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยกวาดรายได้เข้ากระเป๋า Meta ได้ตามเป้า หรือจะกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้ผู้ใช้งานพากันเมินฟีเจอร์ AI ของบริษัทไปในที่สุด

ข่าวล่าสุด

JOE WINGS เปิดเกมรุกต่างจังหวัด หนุนแบรนด์สู่ Growth Engine ใหม่ของ OKJ

JOE WINGS เปิดเกมรุกต่างจังหวัด หนุนแบรนด์สู่ Growth Engine ใหม่ของ OKJ