
กางแผนรับมือ ยุค Quantum ครองโลก หวั่นตกขบวน กระทบเศรษฐกิจไทย
สกมช. เร่งวางยุทธศาสตร์ Quantum-Ready 2030 หวั่นวิกฤตยิ่งกว่ายุค Y2K กระทบการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ เผยครั้งนี้หนักกว่า Y2K
พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เปิดเผยว่า จากนโยบายของ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศ นโยบาย Quantum-Ready 2030 พร้อมทั้งยกระดับ AI Security นั้น ขณะนี้ สกมช.กำลังอยู่ระหว่างการวางแผนทั้งสองเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังจะเดินหน้าและจะเป็นการพลิกวงการดิจิทัลครั้งใหญ่ยิ่งกว่ายุค Y2K
Quantum-Ready 2030 อาจกลายเป็นวิกฤต Y2Q ได้ หากประเทศไทยยังไม่เดินหน้าวางแผนตั้งแต่วันนี้ เพราะเมื่อนานาประเทศเดินหน้าไปถึงจุดนั้นแล้ว จุดที่ทุกคนมี Quantum แต่ประเทศไทยยังไม่พร้อม ก็จะส่งผลระบบเศรษฐกิจเพราะกลัวระบบเก่าที่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มหารือและตระหนักถึงเรื่องนี้ร่วมกับธนาคารโลกแล้วเช่นกัน เพราะ Quantum จะเป็นระบบใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
สำหรับโจทย์ระยะยาว สกมช. วางเป้าหมาย Quantum-Ready 2030 เพื่อเตรียมประเทศไทยเข้าสู่ยุคหลังควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography: PQC เนื่องจากความเสี่ยงในอนาคตไม่ได้อยู่ที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ระบบเข้ารหัสปัจจุบัน เช่น RSA, Diffie-Hellman และ Elliptic Curve Cryptography หรือ ECC ซึ่งอาจไม่ปลอดภัยเพียงพอ หากคอมพิวเตอร์ควอนตัมพัฒนาไปถึงจุดที่สามารถถอดรหัสได้จริง
พล.อ.ต.อมร ยกตัวอย่าง เกาหลีใต้ ว่า เป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่ขยับเรื่องความพร้อมด้าน Quantum อย่างจริงจัง โดยนำเทคโนโลยี Quantum Key Distribution หรือ QKD ไปใช้ในระบบหลักของประเทศ เพื่อยกระดับการสื่อสารให้ทนทานต่อการถอดรหัสจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยบริบทสำคัญมาจากความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่ประเทศต้องเตรียมรับมือ
ทั้งนี้ เกาหลีใต้ไม่ได้วางตัวเป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปสู่การผลิตและการค้า โดยนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เช่น ID Quantique จากสวิตเซอร์แลนด์ มาร่วมพัฒนากับภาคเอกชนรายใหญ่ โดยเฉพาะ Samsung ที่มีการพัฒนาแนวคิด Samsung Quantum Ready และชิปควอนตัมในโทรศัพท์มือถือ เพื่อสร้างจุดขายด้านการสื่อสารที่ปลอดภัยจากการดักฟัง
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ต.อมร ระบุว่า แนวทาง QKD ไม่ได้เหมาะกับทุกประเทศหรือทุกระบบ เพราะมีข้อจำกัดด้านระยะทางและต้นทุน โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ต้องวางโหนดในระยะประมาณ 80-100 กิโลเมตร หากนำมาใช้กับประเทศที่มีพื้นที่กว้างหรือต้องเชื่อมโยงหลายจุด ต้นทุนการลงทุนและการดูแลระบบอาจสูงมาก
ดังนั้น สำหรับประเทศไทย แนวทางที่เหมาะสมกว่าคือการเตรียมเปลี่ยนผ่านไปสู่ Post-Quantum Cryptography หรือ PQC ซึ่งเป็นการปรับวิธีเข้ารหัสให้ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานแบบ QKD ทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถอัปเดตผ่านซอฟต์แวร์และวางแผนเปลี่ยนผ่านเป็นลำดับได้
สกมช. จึงเสนอให้หน่วยงานเริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ ผ่านการสำรวจสินทรัพย์เข้ารหัส หรือ Crypto Inventory การประเมินความเสี่ยงของระบบเข้ารหัส การจัดทำแผนเปลี่ยนผ่านสู่ PQC การทดลองใช้งานจริง และการทยอยย้ายระบบสำคัญขององค์กรไปสู่มาตรฐานใหม่ โดยเฉพาะข้อมูลหรือความลับที่มีอายุยาวนาน
นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนา Quanta Center เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ทดลอง ประเมินความพร้อม และเตรียมบุคลากรด้าน PQC ของประเทศ เพื่อให้องค์กรภาครัฐและเอกชนสามารถวางแผนเปลี่ยนผ่านระบบเข้ารหัสได้อย่างเป็นขั้นตอน ก่อนวันที่เทคโนโลยี Quantum จะกลายเป็นความเสี่ยงจริงต่อระบบสารสนเทศสำคัญ







