
เจาะลึกออปติกยุค AI Super Cycle ดันไทยฮับโครงข่ายระดับโลก
เมื่อไฟเบอร์เดิมถึงขีดจำกัด โลกจึงมุ่งสู่ Holocore และความเร็ว 1.6T รองรับดาต้าเซ็นเตอร์ยุค AI โดยมีไทยเป็นฐานผลิตและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
ในงาน Wavelengths APAC ที่จัดโดยบริษัท NOKIA ให้ข้อมูลว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI Super Cycle ที่ผลักดันให้เกิดการลงทุนมหาศาล คาดว่าเม็ดเงินใน Data Center ทั่วโลกจะสูงถึง 5.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายใน 5 - 6 ปีข้างหน้า การเติบโตนี้ขับเคลื่อนให้ความต้องการใช้งานสายไฟเบอร์ออปติกพุ่งสูงขึ้นถึง 1.2 พันล้านกิโลเมตร เพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลระดับมหาศาล
เมื่อเส้นใยแก้วนำแสงแบบซิลิกาเริ่มถึงขีดจำกัดทางกายภาพ อุตสาหกรรมจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรม Holocore Fiber ที่ใช้ก๊าซหรืออากาศเป็นแกนกลาง ช่วยให้แสงเดินทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ยังมีการอัปเกรดมาตรฐานความเร็วเครือข่ายแบบก้าวกระโดด จาก 400G ไปสู่ 800G และเตรียมมุ่งสู่ระดับ 1.6 Terabits ในอนาคต
เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีอย่างชิปประมวลผล PSE-6s และโมดูล ICE7 จึงถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความจุเครือข่ายและลดการใช้พลังงาน รวมถึงการใช้โมดูล 800G Coherent Pluggables ร่วมกับระบบ Optical Line System เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูล (Data Center Interconnect)
การขยายตัวของเทคโนโลยี GPU as a Service ทำให้เกิดการประมวลผลข้อมูลที่ขอบเครือข่าย (Edge) มากขึ้น ระบบรักษาความปลอดภัยจึงต้องพัฒนาตามไปด้วย เทคโนโลยี Quantum Safe จึงก้าวเข้ามาเป็นมาตรฐานใหม่ในการปกป้องข้อมูลเชิงลึก เพื่อป้องกันการถูกเจาะรหัสจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในระยะยาว
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการเชื่อมต่อขั้นสูง (Advanced Connectivity) ของภูมิภาค ด้วยความพร้อมของ Data Center กว่า 53 แห่ง และการเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุปกรณ์ Optical ระดับโลก ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมเชื่อมสายไฟเบอร์อัตโนมัติ ที่ตอบโจทย์การขยายโครงข่าย AI ในระดับสากล







