Microsoft และ NVIDIA ผนึกกำลังขับเคลื่อนนิวเคลียร์ด้วย AI
Microsoft และ NVIDIA จับมือใช้ AI เร่งผลักดันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ลดภาระเอกสาร 92% พร้อมประหยัดต้นทุนกว่า 80 ล้านดอลลาร์
KEY
POINTS
- Microsoft และ NVIDIA ร่วมมือกันใช้ AI เพื่อเร่งรัดกระบวนการจัดสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- Microsoft พัฒนาระบบ AI เพื่อจัดการงานเอกสารและข้อบังคับทางกฎหมายที่ซับซ้อน ช่วยลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาต
- NVIDIA ใช้เทคโนโลยี AI สร้างแบบจำลองดิจิทัล (Digital Twin) เพื่อจำลองและตรวจสอบการออกแบบทางวิศวกรรมและความปลอดภัยก่อนการก่อสร้างจริง
พลังงานนิวเคลียร์ กลายมาเป็นขุมพลังงานสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ด้วยความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากความพยายามเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด และการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI อย่างไรก็ตามขั้นตอนการจัดตั้งกลับเป็นเรื่องยุ่งยากจนอาจต้องใช้เวลาหลายปี
นั่นทำให้สองยักษ์ใหญ่เริ่มมีแนวคิดนำ AI เข้ามาช่วยเร่งกระบวนการ
ความร่วมมือของสองเทคฯยักษ์ใหญ่ทลายข้อจำกัดนิวเคลียร์
Microsoft และ NVIDIA ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการสร้าง ดิจิทัลอีโคซิสเต็ม ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยอาศัยเครื่องมือวิศกรรมดิจิทัล AI เพื่อเร่งรัดกระบวนการจัดสร้างโรงไฟฟ้าและเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ยังรักษามาตรฐานความปลอดภัยเอาไว้อย่างเคร่งครัด
ปัจจุบันเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และเตาปฏิกรณ์ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก แต่ยังคงมีข้อจำกัดหลายด้านที่มักทำให้โครงการก่อสร้างเกิดความล่าช้า ทั้งจากข้อจำกัดของระบบเอกสาร ข้อมูลในระบบไม่เชื่อมโยงกัน การตรวจสอบกฎระเบียบจากเจ้าหน้าที่ ไปจนความซับซ้อนในโครงสร้างวิศวกรรม ล้วนเป็นขั้นตอนกินเวลาจึงไม่สามารถจัดสร้างมาใช้งานทันท่วงที
นั่นเป็นเหตุผลให้ทั้งสองยักษ์ใหญ่นำ AI เข้ามาแก้ปัญหาในส่วนนี้
Microsoft จัดการเอกสารและกฎระเบียบที่วุ่นวาย
Microsoft เปิดตัวระบบ Generative AI for Permitting Solution Accelerator ระบบ AI ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาคอขวดในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เป็นซอฟต์แวร์คอยรับหน้าที่ในการจัดการเอกสารปริมาณมหาศาลให้เป็นระบบและรวดเร็ว เพื่อย่นเวลาและความยุ่งยากในการขอใบอนุญาตโดยเฉพาะ
หลักการทำงานของระบบจะทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยระดับสูง ในการจัดการงานเอกสารที่มีความซับซ้อนทางกฎหมายและวิศวกรรม ทั้งในส่วนการเรียนรู้จากฐานข้อมูลกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และในอนุญาตในอดีต จากนั้นร่างเอกสารชุดใหม่ ที่จะช่วยวิเคราะห์และแจ้งเตือนเมื่อมีการตรวจพบช่องโหว่ในเอกสารหรือสัญญาให้ครอบคลุมที่สุดก่อนส่งให้ภาครัฐ
ตัวระบบไม่มีบทบาทและขีดความสามารถในการวิเคราะห์หรือคำนวณความปลอดภัยทางวิศวกรรมใดๆ แต่จะรวบรวมผลการวิเคราะห์และเรียงเรียงเนื้อหาให้ออกมาเป็นรายงานตามมาตรฐาน เพื่อให้มนุษย์ที่จะนำข้อมูลไปใช้ในการตรวจสอบขั้นต่อไปจัดการงานได้ง่ายขึ้น
การประมวลผลจะเกิดภายในคลาวด์เฉพาะอย่าง Azure Tenant โดยข้อมูลและระบบ AI ที่ทำการประมวลผลจะถูกจัดแยกให้เป็นเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวทั้งหมด ป้องกันข้อมูลภายในรั่วไหลหรือถูกเข้าถึงจากภายนอก โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับนิวเคลียร์และพลังงานที่ต้องเก็บเป็นความลับ
ด้วยระบบนี้เองจะช่วยย่นระยะเวลาจัดการเรื่องยุ่งยากสำหรับจัดตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สารพัดเรื่องวุ่นวายทางเอกสารและการตรวจสอบแก้ไขลงมาก จากการทดสอบของสตาร์ทอัพอย่าง Aalo Atomics พบว่า ระบบนี้ลดภาระในงานเอกสารลงถึง 92% ประหยัดต้นทุนลงกว่า 80 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
โลกเสมือนของ NVIDIA ความปลอดภัยทางวิศวกรรม
แตกต่างจากการอำนวยความสะดวกทางเอกสาร NVIDIA พัฒนาเทคโนโลยี AI ขั้นสูงมากมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีโดยตรง ทั้งในส่วนการออกแบบ ก่อสร้าง และดูแลรักษา ที่ยกระดับขีดความสามารถทางวิศกรรมในหลายด้าน เช่น
- NVIDIA Omniverse แพลตฟอร์มสร้าง Digital Twin ที่สามารถจำลองโรงไฟฟ้าขึ้นมาในรูปแบบ 3 มิติได้อย่างสมจริง พร้อมให้วิศวกรช่วยตรวจสอบแบบการก่อสร้าง ไปจนงบประมาณไว้ล่วงหน้าก่อนการจัดสร้าง เพื่อให้ได้ข้อมูลรายละเอียดและป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น
- NVIDIA Earth-2 แพลตฟอร์มจำลองสภาพอากาศระดับโลก เพื่อนำมาประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า
- NVIDIA PhysicsNeMo สุดยอดโมเดลในด้านฟิสิกส์ ที่สามารถจำลองและคำนวณทางวิศวกรรมได้แม่นยำ สามารถประเมินทิศทางน้ำ ความร้อนสะสม และการเคลื่อนไหวพลังงานได้แบบเรียลไทม์
- NVIDIA Metropolis โมเดล AI สำหรับวิเคราะห์ภาพและวีดีโอ ที่จะเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์ภายในเพื่อตรวจสอบความผิดปกติของค่าบนอุปกรณ์ พร้อมแจ้งเตือนเรียลไทม์ให้ซ่อมบำรุงส่วนที่ผิดปกติอย่างทันท่วงที
ระบบทั้งหมดจะขับเคลื่อนบน Azure คลาวด์ของ Microsoft ที่จะรวบรวมเทคโนโลยีทั้งหมดมาบูรณาการเข้าด้วยกัน พร้อมพันธมิตรอีกมากมายที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการจัดสร้าง และผลักดันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปสู่การใช้งานจริง ให้ครอบคลุมทั้งในส่วนข้อบังคับทางกฎหมายและโครงสร้างวิศวกรรม
เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการผลักดันและสร้างระบตรวจสอบที่มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ แต่พร้อมลดความยุ่งยากในขั้นตอนจัดการเอกสารและระเบียบราชการ เพื่อให้บริษัทเทคโนโลยีสามารถกลับมาโฟกัสด้านนวัตกรรมและความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่
ที่มา
https://www.microsoft.com/en-us/garage/wall-of-fame/generative-ai-for-permitting/


