AI หมอ แนวทางแก้ไขและแบ่งเบาระบบสาธารณสุขของประเทศจีน
AI หมอกำลังเกิดขึ้นจริงในจีน Ant Group ใช้ Digital Twin จำลองแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษาสุขภาพและแบ่งเบาภาระระบบสาธารณสุข
KEY
POINTS
- จีนพัฒนา "AI หมอ" โดยใช้เทคโนโลยี Digital Twin สร้างโมเดลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คำปรึกษาด้านสุขภาพเบื้องต้นตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชัน
- มีเป้าหมายเพื่อช่วยแก้ปัญหาและแบ่งเบาภาระระบบสาธารณสุขของจีน ที่เผชิญกับภาวะขาดแคลนแพทย์ ผู้ป่วยรอคิวนาน และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
- AI หมอช่วยลดการเดินทางไปโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็นสำหรับอาการที่ไม่รุนแรง ซึ่งช่วยลดภาระงานของแพทย์และลดความแออัดในระบบสาธารณสุขโดยรวม
เราทราบกันดีว่าจีนเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เป็นรองเพียงสหรัฐฯ อุตสาหกรรมหลายภาคส่วนในประเทศทยอยนำเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้ เพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน กำลังการผลิต ไปจนความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ล่าสุดจีนกำลังจะล้ำไปอีกขั้นเมื่อเริ่มมีการขอคำแนะนำทางการแพทย์จากหมอ AI
หมอ AI เริ่มทยอยเข้ามามีบทบาท
โครงการนี้เป็นของ Ant Group บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในเครือ Alibaba โดยการคัดลอกตัวตนของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้มีตัวตนทางดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี Digital Twin จนกลายเป็นโมเดล AI หมอเฉพาะทางที่มีความรู้ทางการแพทย์เทียบเท่ากับต้นแบบ พร้อมให้คำปรึกษาทางสุขภาพได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง
ขั้นตอนการพัฒนาเริ่มต้นจากการเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จากนั้นจึงเริ่มป้อนข้อมูลมหาศาลสู่โมเดล ตั้งแต่ตำราที่อ่าน เคสทางคลินิก กรณีการเจ็บป่วยที่รักษา ไปจนเนื้อหาทั้งหมดบนช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ AI สามารถเลียนแบบความรู้ ภาษาที่ใช้ และแนวทางตอบคำถามแต่ละครั้งอย่างแม่นยำ
นี่ทำให้ทางบริษัทประสบความสำเร็จในการพัฒนา AI Chatbot ที่สามารถตอบคำถามและให้คำปรึกษาทางสุขภาพแก่ผู้ใช้งานอย่างแม่นยำ สามารถทำความเข้าใจอาการและตอบคำถามผู้ใช้งานด้วยการใช้ภาษาใกล้เคียงกับหมอต้นแบบตัวจริง พร้อมให้บริการบนแอปพลิเคชันชื่อ Ant Afu
จากการใช้งานพบว่า AI แพทย์บนแอปพลิเคชันให้คำแนะนำทางสุขภาพได้อย่างยอดเยี่ยม เช่น Duan Tao สูติแพทย์ชื่อดังที่อนุญาตให้มีการคัดลอกข้อมูลของเขาไปใช้กับ AI พบว่าโมเดลสามารถให้คำปรึกษาพ่อแม่ในการดูแลเด็กจนได้รับความนิยมอย่างสูง ทำให้ AI ของเขามีผู้เข้ามาขอคำปรึกษามากถึง 160,000 ราย
ปัจจุบันในแอปพลิเคชัน Ant Afu มีโมเดล AI หมอและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ให้ใช้งานกว่า 1,000 ราย
AI หมอกับการใช้งานทางสาธารณสุข
แนวทางการพัฒนาเริ่มนำ AI เข้ามาใช้งานทางการแพทย์นี้ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจีน ที่ตั้งเป้าให้เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญในการพลิกโฉมและขับเคลื่อนประเทศ นั่นทำให้การนำ AI เข้ามาใช้ในแพลตฟอร์มหรือโซลูชันดูแลสุขภาพ ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในจีน
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ AI หมอได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เกิดจากรากฐานระบบสาธารณสุขจีน คนส่วนมากเชื่อถือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในตัวเมืองมากกว่า เมื่อรวมกับการขยายตัวของสังคมสูงวัยแบบก้าวกระโดด นำไปสู่ประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์ในระบบสาธารณสุข ทำให้ผู้ป่วยต้องรอคิวนานและมีเวลาปรึกษาหมอเพียงไม่กี่นาทีต่อครั้ง
ด้วยเหตุนี้จีนจึงเริ่มมองหาแนวทางดูแลสุขภาพรูปแบบอื่นที่จะแบ่งเบาภาระ คำตอบของพวกเขาคือ AI หมอที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำประเด็นทางสุขภาพ ตั้งแต่คำแนะนำทั่วไป ความถูกต้องทางโภชนาการ ไปจนอาการที่เล็กน้อยที่เกิดขึ้น เป็นประโยชน์อย่างมากในหลายสาขา
การให้คำปรึกษาเรื่องเหล่านี้จะช่วยลดการไปหาหมอที่ไม่จำเป็น เช่น งานในกลุ่มสูติแพทย์หรือกุมารแพทย์ ที่มักเกิดเหตุพ่อแม่สับสนวิตกกังวลหรือมีข้อมูลผิดๆ ที่ทำให้เด็กป่วย รวมถึงผู้ป่วยอายุรกรรมที่อาการไม่ร้ายแรงทั้งหลาย ซึ่งจะช่วยลดภาระให้กับหมอและระบบสาธารณสุข และโอกาสติดเชื้อในกรณีเดินทางมาโรงพยาบาลของผู้ป่วยกลุ่มนี้
จริงอยู่อาจมีข้อควรระวังในการใช้งานอยู่บ้าง นี่เป็นเหตุผลให้ทางแอปพลิเคชันเน้นย้ำว่า โมเดล AI หมอไม่ได้ถูกสร้างมาทดแทนมนุษย์ รวมถึงไม่สามารถสั่งจ่ายยาแบบหมอจริงได้ เพื่อป้องกันกรณีผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจากอาการหลอนของ AI เพื่อให้มนุษย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้มาตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการดูแลผู้ป่วย
อนาคตของ AI ทางการแพทย์
แนวคิดของ AI หมอได้รับการพูดถึงมาพักใหญ่แต่มีไม่กี่ประเทศที่มีการพัฒนาอย่างจริงจัง สาเหตุสำคัญอยู่ที่ความแม่นยำของโมเดลที่อาจเกิดอาการหลอนระหว่างการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือสถานการณ์ที่มีความละเอียดซับซ้อนหรือมีข้อมูลไม่ชัดเจน ทำให้หลายประเทศยังไม่มีการนำ AI มาใช้ในแนวทางนี้เป็นรูปธรรม
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้จีนสามารถเข้าถึงและพัฒนาโมเดล AI หมอได้มีประสิทธิภาพมี 2 อย่าง หนึ่งคือการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลที่สะดวกสบายนำมาเทรนโมเดลได้ง่าย อีกส่วนคือความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัลจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน สองอย่างนี้เป็นตัวแปรสำคัญทำให้จีนผลักดันแนวคิดนี้อย่างกว้างขวาง
แน่นอน Ant Group ไม่ใช่บริษัทเดียวที่นำ AI มาใช้ทางการแพทย์ โรงพยาบาลในจีนหลายร้อยแห่งเริ่มทยอยหันมาใช้ Deepseek ในการทำงาน หรือโรงพยาบาลในเซียงไฮ้เองก็พัฒนาโมเดล AI ชื่อ CardioMind มาวินิจฉัยโรคหัวใจ และจะยิ่งได้รับการส่งเสริมพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
จากแนวโน้มทิศทางคาดว่า AI ทางการแพทย์อาจเข้ามาพลิกโฉมวงการสาธารณสุขจีนและโลกต่อไป
ที่มา
https://www.straitstimes.com/asia/east-asia/chinas-overstretched-healthcare-looks-to-ai-boom
https://global.chinadaily.com.cn/a/202512/24/WS694b48b9a310d6866eb30337.html


