posttoday

มหิดลรุก AI Hub ปั้นโครงสร้างพื้นฐานไฮเทค ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

31 มีนาคม 2569

มหิดล​ชูยุทธศาสตร์ MU SYNERGY ผนึก NVIDIA ใช้การประมวลผลขั้นสูงยกระดับ Medical AI และปฏิรูปโรงงานด้วยอัจฉริยะภาพดิจิทัล เพื่อสร้าง New S-Curve ให้ประเทศ

มหาวิทยาลัยมหิดลพลิกโฉมการศึกษาไทยสู่การเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยโมเดล MU SYNERGY: Real World Impact in Action โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำกว่า 200 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนงานวิจัยระดับโลกให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและยกระดับขีดความสามารถของประเทศ 

 

​จุดเด่นสำคัญของยุทธศาสตร์นี้คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ ผ่านความร่วมมือกับผู้นำระดับโลกอย่าง NVIDIA และสยาม เอไอ ด้วยการลงทุนใช้ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงสุด NVIDIA H200 เพื่อสร้าง Health Data Lake ผสานฐานข้อมูลสุขภาพระดับ Big Data จาก 3 คณะแพทยศาสตร์ชั้นนำเข้าด้วยกัน ภายใต้ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มงวด  

 

​ในด้าน Medical AI ได้มีการใช้งานจริงแล้วในโรงพยาบาลกว่า 700 แห่ง ผ่านระบบวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ที่มีความแม่นยำถึง 98% ครอบคลุมผู้ป่วยกว่า 7.4 ล้านราย และกำลังขยายขีดความสามารถสู่การอ่านผลแมมโมแกรมและ CT สมอง ควบคู่ไปกับการพัฒนา Perspira AI ผู้ช่วยแพทย์ดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาและเป็นเครื่องมือฝึกฝนสำหรับนักศึกษา  

ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ได้เปรียบจากฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมคนไทย ทำให้ AI สามารถวินิจฉัยโรคเฉพาะถิ่นได้แม่นยำกว่าโมเดลต่างชาติ นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนโมเดล AI ผ่านระบบ Federated Learning กับไต้หวัน พร้อมรับทุนสนับสนุนกว่า 30 ล้านเหรียญจาก NVIDIA เพื่อเร่งผลิตบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้าน AI โดยเฉพาะ

 

มหิดลรุก AI Hub ปั้นโครงสร้างพื้นฐานไฮเทค ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

 

นอกเหนือจากด้านประมวลผล มหาวิทยาลัยยังรุกเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง ผ่านโครงการ ATMU โรงงานผลิตยาชีววัตถุและยีนบำบัดมูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท รวมถึงเทคโนโลยีปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์ (Xenotransplantation) ด้วยการดัดแปลงพันธุกรรมไตหมู ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้จะช่วยลดการนำเข้ายามูลค่าสูงและพลิกโฉมระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว  

 

​ในภาคอุตสาหกรรมและการผลิต มีการนำ AI เข้าไปพลิกโฉมโรงงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ ซึ่งจากการทดสอบนำร่อง 25 โรงงาน พบว่าสามารถลดต้นทุนได้สูงถึง 25-30% โดยตั้งเป้าที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการกว่า 16,000 ราย ทรานส์ฟอร์มไปสู่การใช้ AI ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อยกระดับสายการผลิตของไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ  

 

​ท้ายที่สุด ยุทธศาสตร์นี้มุ่งเป้าเปลี่ยนไทยจาก "ผู้ใช้ AI" สู่การเป็น "AI Hub" ผ่านการปฏิรูปการศึกษาที่เน้นทักษะเทคโนโลยีขั้นสูง การสะสมหน่วยกิตผ่าน MU-CBS และการเรียนรู้จากการทำงานจริง เพื่อผลิตแรงงานทักษะสูงที่พร้อมทำงานทันที ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกและยกระดับประเทศไทยให้เป็น Talent Hub อย่างยั่งยืน  

ข่าวล่าสุด

ออมเงินเพื่อโลก! LH Bank เปิดตัว “เงินฝากสีเขียว” (Green Deposit) ครั้งแรก นำเงินฝากปั้นสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน