งาน AI อินเดียสุดวุ่น! บิล เกตส์ เทคิวกะทันหัน-ดราม่าหุ่นยนต์ปลอม
งานประชุม India AI Summit เผชิญความวุ่นวาย "บิล เกตส์ และ เจนเซน หวง" ยกเลิกกำหนดการกะทันหัน ท่ามกลางดราม่าหุ่นยนต์ปลอม และปัญหาการจัดงาน
งานประชุมสุดยอดด้านปัญญาประดิษฐ์ "India AI Impact Summit" ณ อาคาร Bharat Mandapam กรุงนิวเดลี ถูกจับตามองในฐานะเวทีแสดงศักยภาพด้าน AI ครั้งใหญ่ที่สุดของกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) ต้องเผชิญกับอุปสรรคและเสียงวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการบริหารจัดการ
สถานการณ์ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นเมื่อ บิล เกตส์ (Bill Gates) ยกเลิกกำหนดการขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนงานเริ่มในวันพฤหัสบดี ตามมาด้วยการถอนตัวของ เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia
มูลนิธิเกตส์ (Gates Foundation) ชี้แจงว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความสนใจของสาธารณชนมุ่งเน้นไปที่วาระสำคัญของงานประชุม AI อย่างแท้จริง แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางมูลนิธิจะเพิ่งปฏิเสธข่าวลือเรื่องการถอนตัวก็ตาม
การยกเลิกกำหนดการของเกตส์เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยอีเมลที่แสดงให้เห็นถึงการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิเกตส์กับ เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ (Jeffrey Epstein) นักการเงินผู้ล่วงลับที่มีคดีล่วงละเมิดทางเพศติดตัว
แม้ก่อนหน้านี้เกตส์จะเคยออกมายืนยันว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวจำกัดอยู่แค่การหารือเรื่องงานการกุศล และยอมรับว่าการพบปะกับเอปสไตน์ถือเป็นความผิดพลาด
ข้อพิพาทเรื่องหุ่นยนต์จัดแสดง
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความกังขาต่ออุตสาหกรรมนวัตกรรมของอินเดีย คือกรณีที่มหาวิทยาลัย Galgotias ถูกผู้จัดงานขอให้รื้อถอนบูธจัดแสดง หลังพบว่ามีการนำหุ่นยนต์สุนัขที่ผลิตในประเทศจีนมาจัดแสดง
ก่อนหน้านี้ ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารของมหาวิทยาลัยได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของรัฐ โดยระบุว่าหุ่นยนต์ชื่อ Orion ตัวดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นโดยศูนย์ความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียได้ตรวจสอบพบว่าหุ่นยนต์ตัวดังกล่าวคือรุ่น Go2 ของบริษัท Unitree Robotics จากประเทศจีน ซึ่งมีราคาจำหน่ายทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2,800 ดอลลาร์สหรัฐ
เหตุการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ อัชวินี ไวชนาว์ (Ashwini Vaishnaw) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอที ได้แชร์คลิปวิดีโอดังกล่าวบนโซเชียลมีเดียก่อนที่จะลบออกในเวลาต่อมา
ภายหลังทางมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า หุ่นยนต์ดังกล่าวไม่ใช่ผลงานของสถาบันและทางมหาวิทยาลัยไม่เคยกล่าวอ้างคุณสมบัติดังกล่าว
ปัญหาการจัดการและผลกระทบต่อผู้เข้าร่วมงาน
นอกเหนือจากปัญหาบนเวทีและพื้นที่จัดแสดง งานประชุมครั้งนี้ยังเผชิญกับข้อร้องเรียนด้านโลจิสติกส์ ในวันพฤหัสบดี ผู้จัดงานได้สั่งปิดพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการสำหรับบุคคลทั่วไปอย่างกะทันหัน สร้างความโกรธเคืองให้กับบริษัทต่างๆ ที่มาออกบูธ จากที่เคยเนืองแน่นไปด้วยผู้เข้าร่วมงานตลอด 3 วันแรก บรรยากาศกลับกลายเป็นเงียบเหงาในทันตา
ขณะเดียวกัน การรักษาความปลอดภัยและการปิดถนนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับขบวนรถระดับ VIP ส่งผลให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดอย่างหนักในกรุงนิวเดลี ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากต้องเดินเท้าเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร เนื่องจากไม่มีบริการรถแท็กซี่หรือรถรับส่ง
ปัญหาดังกล่าวทำให้พรรคคองเกรส ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ต้องออกมาโจมตีรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ว่า "การจัดการที่บกพร่องในลักษณะเช่นนี้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาประชาคมโลก"
ทิศทางเชิงบวกด้านการลงทุน
แม้จะมีความท้าทายด้านการจัดงาน แต่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ยังคงใช้เวทีนี้ร่วมกับซีอีโอระดับโลกจาก Google, OpenAI และ Anthropic เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำกับดูแล AI โดยเฉพาะการสร้างความปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยี
ในด้านเศรษฐกิจ งานประชุมครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยมีการลงนามในคำมั่นสัญญาเพื่อพัฒนาโครงการ AI ในอินเดียรวมมูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกลุ่มธุรกิจรายใหญ่อย่าง Adani Group, Microsoft และบริษัทศูนย์ข้อมูล Yotta
ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียประเมินว่ายอดคำมั่นสัญญาการลงทุนรวมอาจสูงทะลุ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงสองปีข้างหน้า แม้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายจะเริ่มแสดงความกังวลว่า การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วอาจสร้างภาระหนักต่อระบบสายส่งไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำของประเทศในระยะยาว


