แก้กลยุทธ์สุขภาพ Apple ชะลอเปิดตัวบริการใหม่ เน้นพัฒนาฟีเจอร์ AI
Apple ปรับทิศทางธุรกิจสุขภาพ ระงับแผน "AI Health Coach" หันผนวกฟีเจอร์ลงแอปฯ หลัก เปลี่ยนเป้าหมายสู่การยกระดับฟีเจอร์พื้นฐานบน iPhone และพัฒนาฟีเจอร์ AI
KEY
POINTS
- Apple ยุติโครงการ "Mulberry" ที่เดิมตั้งเป้าจะเป็นบริการโค้ชสุขภาพแบบครบวงจร โดยเปลี่ยนกลยุทธ์นำฟีเจอร์ AI ที่พัฒนาเสร็จแล้วมากระจายลงในแอปฯ Health แทน
- Apple มองว่าแผนงานเดิมยังไม่ดีพอที่จะแข่งขันกับคู่แข่งเฉพาะทางอย่าง Oura และ Whoop จึงต้องการยกระดับบริการให้ดียิ่งขึ้น
- แม้จะระงับบริการหลัก แต่ Apple ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI Chatbot และเตรียมอัปเกรด Siri ใน iOS 27 เพื่อรองรับการใช้งานด้านสุขภาพที่ซับซ้อนและตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น
Apple ได้ดำเนินการปรับลดขนาดโครงการพัฒนา "Virtual Health Coach” ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนแนวทางการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สอดรับกับตลาดบริการด้านสุขภาพ (Wellness Services) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
โครงการดังกล่าวใช้ชื่อรหัสภายในว่า "Mulberry" ได้ถูกลดบทบาทลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แหล่งข่าวเปิดเผยว่า Apple ได้เปลี่ยนแผนจากการเปิดตัวเป็นบริการใหม่แยกต่างหาก มาเป็นการนำฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเตรียมไว้สำหรับโครงการนี้ มาทยอยเปิดให้ใช้งานภายในแอปพลิเคชัน Health ที่มีอยู่เดิมแทน
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร โดย Eddy Cue หัวหน้าฝ่ายบริการ (Services Chief) ได้เข้ามาดูแลส่วนงานด้านสุขภาพแทน Jeff Williams ผู้บริหารระดับสูงที่เกษียณอายุไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา
รายงานระบุว่า Eddy Cue ได้เน้นย้ำกับทีมงานถึงความจำเป็นในการเร่งพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เนื่องจากคู่แข่งรุ่นใหม่อย่าง Oura Health Oy และ Whoop Inc. สามารถนำเสนอฟีเจอร์ที่ดึงดูดใจและใช้งานได้จริงมากกว่า โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟน
ผู้บริหารระดับสูงมองว่า แผนงานบริการสุขภาพเดิมของบริษัทยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ นอกจากนี้ เขายังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงบริการ Apple Fitness+ (บริการคลาสออกกำลังกายรายเดือน คู่แข่งของ Peloton) เพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาดอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Apple ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าว
การแข่งขันที่เข้มข้นในตลาด Health Tech
ปัจจุบัน Apple กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Samsung Electronics หรือแพลตฟอร์มฟิตเนสอย่าง Strava ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด OpenAI ก็ได้รุกเข้าสู่ตลาดนี้ด้วยการเปิดตัว ChatGPT Health เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งทางเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง
ย้อนรอยโครงการ "Health+"
Apple ใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาบริการ AI ด้านสุขภาพนี้ โดยเรียกกันภายในว่า "Health+" เดิมบริษัทวางแผนจะเปิดตัวพร้อมระบบปฏิบัติการ iOS 26 ในปีที่ผ่านมา แต่ได้เลื่อนกำหนดการออกไปเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ และเลื่อนอีกครั้งไปพร้อมกับ iOS 27 ที่มีกำหนดการในเดือนกันยายน ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนแผนงานในที่สุด
วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการสร้างระบบที่สามารถประมวลผลรายงานสุขภาพเชิงลึก และใช้ AI ในการให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงสุขภาวะของผู้ใช้งาน โดยอาศัยข้อมูลจาก Apple Watch แบบสอบถาม และผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการภายนอก
แม้แผนการเปิดตัวบริการใหม่จะถูกระงับ แต่ Apple ยังคงนำทรัพยากรที่พัฒนาไว้มาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะเนื้อหาวิดีโอจากสตูดิโอในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งผลิตขึ้นเพื่ออธิบายข้อมูลทางการแพทย์และแนะนำการดูแลสุขภาพ
เนื้อหาเหล่านี้รวมถึงฟีเจอร์บางอย่าง เช่น ระบบแนะนำสุขภาพ จะถูกนำมาปรับรูปแบบและเปิดตัวภายในปีนี้
นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เช่น การใช้กล้อง iPhone วิเคราะห์ลักษณะการเดินของผู้ใช้งาน
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการแจ้งเตือนปัญหาสุขภาพอย่างภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือความดันโลหิตสูงแล้ว Apple กำลังมุ่งพัฒนา AI Chatbot ด้านสุขภาพ ที่ใช้ระบบภายในชื่อ "World Knowledge Answers" ซึ่งออกแบบมาเพื่อแข่งขันกับเทคโนโลยีการค้นหาของ Google Gemini และแอปพลิเคชัน Perplexity
ในระยะยาว Apple มีแผนที่จะบูรณาการ Siri Chatbot รูปแบบใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวพร้อม iOS 27 ในปลายปีนี้ เพื่อรองรับการสอบถามข้อมูลด้านสุขภาพที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยเชื่อมโยงการทำงานระหว่างแอป Health และระบบปฏิบัติการทั้งหมดของบริษัทให้เป็นหนึ่งเดียว
อ้างอิง: Bloomberg


