LG พลิกโฉมตลาดไทย ชู ‘AI in Action’ สู่เป้าหมาย 1.8 หมื่นล้าน
LG ไทยรุกปี 69 ชู Dual Transformation ดัน AI นักลงมือทำ สานฝัน Zero Labor Home เปลี่ยนงานบ้านเป็นเรื่องง่าย คืนเวลาแห่งความสุขให้คนไทย
KEY
POINTS
- LG ตั้งเป้ารายได้ 1.8 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 10% ในปี 2569 สวนกระแสตลาดรวมที่หดตัวลง
- ชูกลยุทธ์หลัก ‘AI in Action’ หรือ AI ที่มีความเห็นอกเห็นใจในเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อสร้างบ้านอัจฉริยะที่ลดภาระงานบ้านให้เป็นศูนย์ (Zero Labor Home)
- ปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจสู่การเป็น “Smart Life Solution Company” โดยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทาง B2B และ D2C (ออนไลน์และ Subscription) ให้มากขึ้น
LG กับก้าวย่างใหม่ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า: เมื่อ AI ไม่ได้มีไว้แค่โชว์ แต่มีไว้เพื่อ 'ลงมือทำ'
ท่ามกลางความท้าทายของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งภาพรวมตลาดหดตัวลงถึง 7% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 77,000 ล้านบาท เนื่องมาจากสภาพอากาศที่เย็นลงส่งผลกระทบต่อยอดขายเครื่องปรับอากาศ แต่ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กลับสามารถทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งด้วยการเติบโตสวนกระแสถึง 7%
นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ได้เผยถึงเบื้องหลังความสำเร็จและทิศทางในอนาคตว่า LG กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงแบรนด์ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ไปสู่การเป็น “Smart Life Solution Company” อย่างเต็มตัว
Business Model Transformation: ปรับพอร์ตรายได้สู่ความยั่งยืน
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายรายได้ 18,000 ล้านบาท หรือเติบโต 10% ในปี 2569 LG ได้วางหมากสำคัญในการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ (Business Model Transformation) โดยกำหนดสัดส่วนรายได้ในแต่ละภาคส่วนอย่างชัดเจน
1. Business to Customer (B2C): 65% แม้สัดส่วนจะลดลงจากการขยายตัวของช่องทางใหม่ แต่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญและพอร์ตรายได้ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท ผ่านช่องทางดีลเลอร์และโมเดิร์นเทรด
2. Business to Business (B2B): 15% รุกหนักในกลุ่มระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (HVAC) และจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ (Information Display) เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงจากกลุ่มลูกค้าองค์กร
3. Direct to Consumer (D2C) ผ่าน Online และ Subscription: 20% ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงที่สุด โดยแบ่งเป็น
- LG Subscription: บริการเช่าใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมบริการดูแลรักษา ซึ่งตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 25%
- Online Brand Shop (OBS): การจำหน่ายตรงผ่าน LG.com และอีคอมเมิร์ซ ซึ่งตั้งเป้าเติบโต 20% ด้วยระบบการขนส่งและติดตั้งที่แข็งแกร่ง
AI in Action: ความอัจฉริยะที่ ‘เห็นอกเห็นใจ’ ผู้ใช้งาน
เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส: รับมือเอลนีโญและมหกรรมบอลโลก
นายอำนาจ มองว่าปัจจัยบวกในปี 2568 เอื้อต่อการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งปรากฏการณ์เอลนีโญที่คาดว่าจะทำให้อากาศร้อนยาวนานขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสทองของสินค้ากลุ่มทำความเย็นอย่างเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น ประกอบกับกระแส "ฟุตบอลโลก" ที่จะกลับมาปลุกกำลังซื้อทีวีจอใหญ่และนวัตกรรม OLED ให้คึกคักอีกครั้ง
หัวใจสำคัญที่ LG นำมาสร้างความแตกต่างคือแนวคิด “Affectionate Intelligence” หรือ AI ที่มีความเห็นอกเห็นใจ นายอำนาจเน้นย้ำว่า AI ของ LG จะไม่เป็นเพียงซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน แต่ต้องเป็น “AI in Action” ที่ลงมือทำงานแทนผู้ใช้ได้จริง
• เครื่องซักผ้า AI DD™: ประเมินความสะอาดและปรับโหมดการซักได้เองแบบเรียลไทม์
• เครื่องปรับอากาศ AI Air: เรียนรู้อุณหภูมิ ความชื้น และตำแหน่งของผู้ใช้ เพื่อปรับโหมดอัตโนมัติทันทีที่เข้าบ้าน
• ตู้เย็น InstaView: จดจำพฤติกรรมการเปิด-ปิดประตูเพื่อรักษาความสดของอาหารและประเมินการใช้พลังงาน
• ทีวี OLED: ใช้โปรเซสเซอร์ α (alpha) AI ปรับภาพและเสียงให้คมชัดตามประเภทคอนเทนต์ที่รับชม
เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกเชื่อมโยงผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ เพียงแอปเดียว ทำให้บ้านกลายเป็นระบบนิเวศอัจฉริยะที่จัดการได้จากทุกที่
เป้าหมายสูงสุด: Zero Labor Home และ Hero Time
ท้ายที่สุดแล้ว กลยุทธ์และนวัตกรรม AI ทั้งหมดของ LG มุ่งไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวคือการสร้าง “Zero Labor Home” หรือบ้านที่ลดภาระงานบ้านให้เป็นศูนย์ เพื่อมอบสิ่งที่เรียกว่า “Hero Time” กลับคืนสู่มือผู้บริโภค
“เราต้องการให้ LG AI เป็นผู้ช่วยจัดการงานที่น่าเบื่อหน่าย เพื่อให้ทุกคนมีเวลาไปทำสิ่งที่ตนเองรักและมีความสุขที่สุด” นี่คือภาพสะท้อนของปรัชญา “Life’s Good” ที่ LG มุ่งมั่นจะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ


