posttoday

จีนจ้องสอบดีล Meta ซื้อ Manus หวั่นเทคโนโลยี AI รั่วไหลสู่สหรัฐฯ

07 มกราคม 2569

Meta เข้าซื้อ Manus 2 พันล้านเหรียญ ส่อเค้าวุ่น! จีนสอบเข้มปมย้ายฐาน หวั่นเทคโนโลยี AI รั่วไหลสู่สหรัฐฯ ซ้ำรรอยโมเดล "Singapore Washing"

 

Meta ยักษ์ใหญ่แห่งวงการโซเชียลมีเดีย กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ หลังประกาศทุ่มงบกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในข้อตกลง Meta เข้าซื้อ Manus แพลตฟอร์มผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Agent) ชื่อดัง

 

ซึ่งแม้ว่าฝั่งหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ จะคลายความกังวลลงแล้ว แต่สถานการณ์กลับตึงเครียดขึ้นในฝั่งเอเชีย เมื่อรัฐบาลจีนเริ่มเข้ามาเพ่งเล็งดีลนี้อย่างใกล้ชิด

 

ก่อนหน้านี้ การลงทุนใน Manus โดย Benchmark บริษัทร่วมลงทุนชื่อดัง เคยจุดประเด็นร้อนในวอชิงตัน จนวุฒิสมาชิก จอห์น คอร์นิน ต้องออกมาท้วงติง นำไปสู่การตรวจสอบภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ที่จำกัดการลงทุนของสหรัฐฯ ในบริษัท เทคโนโลยี AI ของจีน 

 

ความกดดันดังกล่าวบีบให้ Manus ต้องตัดสินใจย้ายสำนักงานออกจากกรุงปักกิ่งไปยังสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นความพยายามในการ "แยกตัวออกจากจีนทีละขั้นตอน" ตามความเห็นของนักวิชาการจีน

 

จีนจ้องสอบดีล Meta ซื้อ Manus หวั่นเทคโนโลยี AI รั่วไหลสู่สหรัฐฯ

 

จีนจับตา หวั่น Meta เลี่ยงกฎหมาย

 

ข้อมูลจาก Financial Times ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่จีนกำลังตรวจสอบว่าดีลนี้ละเมิด กฎหมายควบคุมการส่งออก หรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการย้ายทีมงานหลัก (Core Team) ออกจากจีนไปยังสิงคโปร์

 

ซึ่งพฤติกรรมนี้กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ สตาร์ทอัพจีน จนได้รับฉายาในวงการว่า “Singapore Washing” หรือการฟอกตัวผ่านสิงคโปร์ เพื่อให้ดูเป็นบริษัทสากลและหลบเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย

 

แม้บทวิเคราะห์จาก Wall Street Journal ก่อนหน้านี้จะประเมินว่า ปักกิ่งอาจมีเครื่องมือจำกัดในการแทรกแซง เนื่องจาก Manus ได้ปักหลักในสิงคโปร์แล้ว แต่ดูเหมือนว่าจีนอาจมีไพ่ใบอื่นซ่อนอยู่

 

จีนจ้องสอบดีล Meta ซื้อ Manus หวั่นเทคโนโลยี AI รั่วไหลสู่สหรัฐฯ

 

หวั่นเกิด "โดมิโนเอฟเฟกต์" ในวงการสตาร์ทอัพจีน

 

ความกังวลสูงสุดของรัฐบาลจีนคือ หากดีล Meta เข้าซื้อ Manus สำเร็จลุล่วงโดยไม่มีอุปสรรค อาจกลายเป็นการเปิด "ทางด่วน" ให้ สตาร์ทอัพจีน รายอื่นใช้เป็นบรรทัดฐานในการย้ายฐานธุรกิจเพื่อหนีการกำกับดูแลภายในประเทศ

 

Winston Ma ศาสตราจารย์จากโรงเรียนกฎหมายมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU) ให้ความเห็นว่า "หากดีลนี้ปิดจบได้สวย มันจะสร้างเส้นทางใหม่ให้กับสตาร์ทอัพ AI ในจีนทันที"

 

ซึ่งในอดีต จีนเคยใช้มาตรการควบคุมการส่งออกเพื่อสกัดกั้นการขายกิจการมาแล้ว เช่น กรณีของ TikTok ในยุคประธานาธิบดีทรัมป์ 

 

นอกจากนี้ ยังมีคำเตือนว่าผู้ก่อตั้ง Manus อาจเสี่ยงต่อโทษทางอาญา หากพิสูจน์ได้ว่ามีการนำเทคโนโลยีออกนอกประเทศ


 

ในขณะที่ฝั่งจีนกำลังหาทางสกัดกั้น นักวิเคราะห์ในสหรัฐฯ กลับมองว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกของมาตรการกีดกันทางการค้า โดยมองว่าคือหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าบุคลากรระดับหัวกะทิจากจีน กำลังย้ายเข้าสู่ระบบนิเวศเทคโนโลยีของอเมริกา

 

สะท้อนให้เห็นว่าใน สงครามเทคโนโลยี ครั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงมีความดึงดูดมากกว่า

 

ท้ายที่สุด ยังคงต้องจับตาต่อไปว่า ความซับซ้อนทางภูมิรัฐศาสตร์นี้จะส่งผลกระทบต่อแผนการของ Meta ในการนำเทคโนโลยีของ Manus มาใช้จริงหรือไม่

 

แต่ที่แน่ๆ ดีลมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์นี้ ได้กลายเป็นกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า โลกธุรกิจเทคโนโลยีในปัจจุบันไม่อาจแยกขาดจากการเมืองระหว่างประเทศได้

 

อ้างอิง:

ข่าวล่าสุด

"สูงวัยไปต่อ" เทียบนโยบายเพื่อผู้สูงวัย 4 "พรรคการเมือง"