
Google Deepmind เปิดตัว AI วิเคราะห์พื้นผิวโลก ละเอียดระดับ 10 เมตร
AlphaEarth Foundations โมเดล AI จาก Google DeepMind ช่วยจำลองพื้นผิวโลกละเอียดระดับ 10 เมตร ลดข้อผิดพลาดลง 23.9% และใช้พื้นที่เก็บข้อมูลน้อยลง 16 เท่า
KEY
POINTS
- Google Deepmind เปิดตัว AlphaEarth Foundations โมเดล AI ที่ทำหน้าที่เหมือนดาวเทียมเสมือนจริงสำหรับวิเคราะห์และสร้างแบบจำลองพื้นผิวโลก
- AI สามารถรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อสร้างแผนที่ที่มีความละเอียดสูงถึงระดับ 10 เมตร พร้อมลดขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลลง 16 เท่า
- เทคโนโลยีนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม การวางผังเมือง และการรับมือภัยพิบัติ โดยเปิดให้ใช้งานแล้วผ่าน Google Earth Engine
ปัจจุบันการใช้งานดาวเทียมถือเป็นเรื่องทั่วไปที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เราต่างใช้ประโยชน์และพึ่งพาเทคโนโลยีดาวเทียมในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและขีดความสามารถในการวิเคราะห์และตรวจสอบ แต่ด้วยปริมาณข้อมูลที่มีมหาศาลการนำมาใช้จึงอาจไม่ครบถ้วนรอบด้าน
นี่เป็นเหตุผลในการพัฒนา AI สำหรับตรวจสอบและจำลองพื้นผิวโลกโดยเฉพาะ
AlphaEarth Foundations โมเดล AI ที่ช่วยให้รายละเอียดของผิวโลก
ผลงานนี้เป็นของทีมวิจัยจาก Google Deepmind กับการคิดค้นพัฒนา AlphaEarth Foundations โมเดล AI ที่จะทำงานเป็นดาวเทียมเสมือนจริง ที่สามารถนำข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ มารวบรวม วิเคราะห์ แล้วประมวลผลออกมาเป็นข้อมูลเชิงสิ่งแวดล้อม ในระดับที่มีประสิทธิภาพและความแม่นยำสูงมากถึงระดับ 10 เมตร
ขั้นตอนการทำงานของระบบจะอาศัยการรวบรวมข้อมูลทุกภาคส่วนไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ที่รวบรวมมาจากภาพถ่ายดาวเทียม สถานีตรวจวัดในพื้นที่ ไปจนเซ็นเซอร์ทั้งหลายไว้ด้วยกัน จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการสร้าง embedding field ชุดข้อมูลที่ถูกบีบอัดแต่ยังเก็บรายละเอียดไว้ครบถ้วน
จุดเด่นสำคัญของ AI คือ การเก็บข้อมูลอย่างรอบด้านแม้แต่รายละเอียดขนาดเล็ก จึงสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปสร้างแบบจำลองเพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมได้ชัดเจน พร้อมสามารถประมวลผลข้อมูลจากหลายแห่งเข้าด้วยกัน ช่วยแก้ปัญหาในกรณีข้อมูลขาดหายและรวมข้อมูลให้มีความสอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกันโดยอัตโนมัติ
ในขั้นตอนการทดทดสอบ AlphaEarth Foundations จึงเป็นระบบ AI ที่ช่วยลดข้อผิดพลาดของข้อมูลลงจากเดิมได้ 23.9% ลดอัตราการใช้งานพื้นที่เก็บข้อมูลลงจากเดิมถึง 16 เท่า โดยสามารถเก็บข้อมูลรายละเอียดในระดับ 10 เมตร ซึ่งจะช่วยให้เห็นรายละเอียดปลีกย่อยภายในตัวเมือง ผืนป่า ท้องทะเล หรือพื้นที่การเกษตรอย่างชัดเจน
สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มขอบเขตในการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม ผังเมือง ไปจนภัยพิบัติขึ้นอย่างมาก
ประโยชน์ของระบบดาวเทียมเสมือนจริง
แน่นอนถ้าจะให้พูดหลักการทำงานของ AlphaEarth Foundations คือ การสร้างระบบรวบรวม วิเคราะห์ และบีบอัดข้อมูลสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ฟังดูไม่ใช่เรื่องน่าตื่นตาตื่นใจอะไร แต่สำหรับนักสิ่งแวดล้อม ธรณีวิทยา หรือการเก็บข้อมูลจากธรรมชาติ นี่อาจเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทุ่นแรงลงมาก
สาเหตุมาจากข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่ถูกรวบรวมในแต่ละวันมีหลายรูปแบบ ทั้งภาพถ่ายดาวเทียม เรดาร์ แผนที่ 3 มิติ ข้อมูลจำลองสภาพอากาศ ไปจนค่าสถิติปลีกย่อยมากมาย การนำไปใช้แต่ละครั้งต้องอาศัยการสรุปและเรียบเรียงข้อมูลก่อน เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน AlphaEarth Foundations จึงย่นเวลาและแรงงานส่วนนี้ลงมาก
การเปลี่ยนข้อมูลที่จัดเก็บจากที่เคยเป็นข้อมูลดิบซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลหลายรูปแบบ ยังช่วยลดทรัพยากรและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเชิงดิจิทัลเหล่านี้ จากเดิมที่มีปริมาณข้อมูลจำนวนระดับ petabite ให้เล็กลงมาก เป็นประโยชน์ต่อการเก็บรวบข้อมูลเชิงสถิติเพื่อตรวจสอบย้อนหลังและนำไปใช้ต่อได้สะดวก
ข้อมูลจาก AlphaEarth Foundations จะถูกนำมาใช้ในการสร้างแบบจำลองดิจิทัลเพื่อใช้ในการอ้างอิงรายละเอียด แม้แต่ในพื้นที่เมฆหนาทึบหรือดินแดนน้ำแข็งอย่างแอนตาร์กติกา ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาคการเกษตร รับมือภัยธรรมชาติ การดูแลพื้นที่ชายฝั่งและการกัดเซาะ การวิจัยด้านภูมิอากาศ ไปจนวางผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานอย่างรอบด้าน
ในส่วนความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวไม่ต้องกังวล ตามที่กล่าวไปข้างต้นการลงรายละเอียดข้อมูลของแบบจำลองและข้อมูลที่ได้จำกัดอยู่ที่ 10 เมตร เป็นขอบเขตป้องกันสำหรับการรักษาความเป็นส่วนตัว นี่จึงเป็นโมเดลที่มีขีดความสามารถในการตรวจสอบและดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ไม่สามารถนำข้อมูลเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวหรือใบหน้าของบุคคลได้
AlphaEarth Foundations จึงถือเป็นโมเดล AI สำหรับสร้างแผนที่และแบบจำลองความละเอียดสูงตามต้องการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผน จัดการ และวิจัยอย่างกว้างขวางในอนาคต
ล่าสุด AlphaEarth Foundations มีการเปิดให้ทดลองใช้งานในหลายภาคส่วนจากองค์กรกว่า 50 แห่งทั่วโลก ทั้งในมหาวิทยาลัยชื่อดัง โครงการรัฐ หรือหน่วยงานระดับโลกอย่างสหประชาชาติ อีกทั้งพวกเขายังวางแผนจะพัฒนาให้ใช้งานร่วมกับ Gemini ในการนำไปใช้ใน Google Earth AI ต่อไป
สำหรับท่านที่สนใจข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลผ่าน AlphaEarth Foundations เปิดให้เข้าถึงและใช้งานทั่วไปผ่าน Google Earth Engine แล้ววันนี้
ที่มา
https://deepmind.google/blog/alphaearth-foundations-helps-map-our-planet-in-unprecedented-detail/







