
Apple ซุ่มดีล Gemini ยืมพลัง AI เป็น "มันสมอง" กู้ชีพ Siri
Google มียิ้ม! จ่อรับทรัพย์ก้อนโต หลัง Apple ซุ่มดีลกว่า 1 พันล้านเหรียญ ยืมพลัง Gemini อัปเกรด AI เป็น "มันสมอง" กู้ชีพ Siri ชั่วคราว
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Apple เตรียมทุ่มงบราว 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อใช้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) สุดทรงพลังจาก Google
ที่มีพารามิเตอร์สูงถึง 1.2 ล้านล้านหน่วย เพื่อนำมา "ยกเครื่อง" Siri ผู้ช่วยคำสั่งเสียงที่รอการอัปเกรดมานาน
แหล่งข่าวผู้ไม่ประสงค์ออกนามเผยกับ Bloomberg โดยระบุว่า ตอนนี้ทั้งสองบริษัทกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาข้อตกลง ซึ่งจะทำให้ Apple สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI สุดล้ำหน้าของ Google ได้
Apple หวังพึ่งพาเทคโนโลยีของ Google เพื่อสร้างรากฐาน Siri ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด และปูทางไปสู่การเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นในปีหน้า
ก่อนหน้านี้ Bloomberg เคยรายงานว่า Apple ได้ประเมินผลและทดสอบ AI จากหลายค่ายอย่างหนัก ทั้ง ChatGPT, Claude และ Gemini
แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่า Gemini ของ Google คือตัวเลือกที่ดีที่สุดในชั่วโมงนี้
การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนการ "ยอมรับ" อย่างกลายๆ ว่า Apple กำลังตามหลังในสมรภูมิ AI และจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีภายนอกเพื่อเป็น "ทางออกเฉพาะหน้า"
ปูทางให้ฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Siri ที่คาดว่าจะเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
แม้จะยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนก่อนการเปิดตัว แต่ข่าวการจับมือกันครั้งนี้ก็ทรงพลังพอที่จะดันราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทให้พุ่งสูงขึ้นทันที
โดยเฉพาะ Alphabet (Google) ที่บวกไปถึง 3.2%
ภายใต้ข้อตกลงนี้ โมเดล Gemini จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น "มันสมอง" ส่วนที่ซับซ้อนที่สุดของ Siri โดยเฉพาะในส่วนการ "สรุปข้อมูล" (Summarizer) และ "การวางแผน" (Planner)
ซึ่งจะทำให้ Siri เข้าใจและจัดการงานที่ซับซ้อนได้ดีขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับโมเดลเดิมที่ Apple Intelligence ใช้อยู่ (1.5 แสนล้านพารามิเตอร์) ถือว่าทิ้งห่างกันแบบไม่เห็นฝุ่น
แต่ในแง่การตลาด Apple จะไม่โปรโมตความร่วมมือนี้แบบโจ่งแจ้ง และจะปฏิบัติต่อ Google ในฐานะ "ซัพพลายเออร์เบื้องหลัง" แบบเงียบๆ เท่านั้น
ซึ่งต่างจากดีล Safari ที่ Google เป็น "เครื่องมือค้นหาตั้งต้น" (Default Search) อย่างชัดเจน
ที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย Apple ยืนยันว่า AI Gemini จะทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ Private Cloud Compute ของ Apple เอง
เพื่อการันตีว่าข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้จะไม่รั่วไหลไปถึงโครงสร้างพื้นฐานของ Google อย่างแน่นอน
Apple ไม่ใช่บริษัทเดียวที่หันมาพึ่งพา Gemini ของ Google ก่อนหน้านี้ Snapchat และบริษัทใหญ่อีกหลายแห่ง ก็กำลังสร้างบริการบนแพลตฟอร์ม Vertex AI ของ Google เช่นกัน
แต่สำหรับ Apple การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการ "ยอมรับ" อย่างชัดเจนว่าบริษัทได้ก้าวตามหลังคู่แข่งในสมรภูมิ AI และตอนนี้ก็เต็มใจที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีภายนอกเพื่อไล่ตามให้ทัน
อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทจะกำลังเผชิญภาวะ "สมองไหล" ด้าน AI อย่างหนัก แต่ทีมผู้บริหาร Apple ยังคงมุ่งมั่น "ซุ่มพัฒนา" โมเดลของตัวเองต่อไป
และตั้งเป้าจะพัฒนา AI (ระดับ 1 ล้านล้านพารามิเตอร์) ให้พร้อมใช้งานแทนที่ Gemini ให้ได้โดยเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน Apple ยังคงพยายามผลักดัน Apple Intelligence และ Siri ใหม่ในตลาดจีน แต่เนื่องจากรัฐบาลจีนสั่งแบนบริการของ Google มาอย่างยาวนาน
จึงเป็นไปไม่ได้ที่ Siri เวอร์ชันจีนจะสามารถยืมพลังจาก Gemini มาได้
สำหรับเวอร์ชันจีน Apple จะใช้โมเดลที่พัฒนาขึ้นเอง ร่วมกับ "ฟิลเตอร์" ที่พัฒนาโดย Alibaba ซึ่งฟิลเตอร์นี้จะทำหน้าที่ปรับเปลี่ยนเนื้อหาตามคำสั่งของรัฐบาลจีน
นอกจากนี้ Apple ยังมีข่าวว่ากำลังเจรจาความร่วมมือกับ Baidu เพื่อให้บริการ AI ในจีนอีกด้วย







