
ChatGPT ฟื้นฟูการพูด โอกาสใหม่ของผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง
ChatGPT พลิกชีวิตผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่มีภาวะ Aphasia ช่วยร่างข้อความโต้ตอบ ฟื้นฟูการสื่อสารที่สูญเสียไป ให้กลับมาเชื่อมต่อกับสังคมและคนรอบข้างได้อีกครั้ง
KEY
POINTS
- ทีมวิจัยจาก University of Technology, Sydney ได้ทดลองนำ ChatGPT มาช่วยบำบัดและฟื้นฟูการสื่อสารให้ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่มีภาวะบกพร่องทางภาษา (Aphasia)
- ChatGPT ช่วยผู้ป่วยในการร่างและตอบข้อความ ทำให้สามารถสื่อสารเป็นประโยคที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติได้อีกครั้ง แทนการตอบกลับด้วยคำสั้นๆ
- ผลการทดลองช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเชื่อมต่อและมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างในสังคมออนไลน์ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
- เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในอนาคตที่จะพัฒนาไปสู่การช่วยฟื้นฟูการสื่อสารด้วยเสียงของผู้ป่วยได้
ปัจจุบันการใช้งาน AI Chatbot กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง ChatGPT ที่กลายเป็นทั้งผู้ช่วย เพื่อนร่วมงาน ไปจนที่ปรึกษาปัญหาชีวิตของใครหลายคน ช่วยอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการใช้ชีวิตในแต่ละวันเป็นอย่างมาก
แต่ล่าสุด ChatGPT อาจไม่เพียงช่วยเหลือเรื่องทั่วไปหรือสภาพจิตใจ แต่อาจช่วยฟื้นฟูการสื่อสารแก่ผู้ป่วย
การใช้งาน AI สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง
ผลงานนี้เป็นของทีมวิจัยจาก University of Technology, Sydney กับการทดสอบนำ Generative AI แบบ AI Chatbot มาใช้สำหรับสนับสนุนและบำบัดการพูดให้แก่ผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทางภาษา เพื่อให้พวกเขาสามารถทำการสื่อสารพูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง
ภาวะอาการบกพร่องทางภาษานี้คือ Aphasia เป็นความผิดปกติทางการใช้ภาษา พบได้มากในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับความเสียหายทางสมองจากอาการหลอดเลือดสมอง จนเกิดความเสียหายต่อสมองซีกซ้ายซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมเกี่ยวกับการใช้ภาษา ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถฟัง พูด อ่าน เขียนได้เหมือนเดิม
ด้วยเหตุนี้ทีมวิจัยจึงได้เริ่มทดลองให้ผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าว เข้าร่วมทดสอบและใช้งาน ChatGPT เพื่อช่วยเหลือในการสื่อสาร เริ่มต้นจากการป้อนข้อมูลรายละเอียดบางส่วนของผู้ป่วย เช่น ชื่อ อายุ ข้อมูลจิปาถะ รายละเอียดความเจ็บป่วย พร้อมร้องขอให้แพลตฟอร์มช่วยเหลือสนับสนุนในการเขียนและตอบข้อความ
ผลลัพธ์ที่ได้ช่วยให้ชายที่เข้าร่วมการทดสอบ Nathan Johnston ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมานาน 10 ปี สามารถกลับมาติดต่อสื่อสารได้อีกครั้ง จากเดิมที่เขาทำได้เพียงตอบกลับสั้นๆ เป็นคำเดี่ยวหรืออีโมจิเท่านั้น กลับมาสื่อสารเต็มประโยคได้อย่างมีชีวิตชีวา จนสามารถโต้ตอบข้อความกับแม่ของเขาได้อย่างลื่นไหล
สิ่งนี้ช่วยให้เขาสามารถกลับมาติดต่อสื่อสารกับคนรอบข้างได้อย่างมั่นใจ และเป็นโอกาสในการกลับสู่สังคมอีกครั้ง
อนาคตที่อาจช่วยให้ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองกลับมาสื่อสารได้
ข้อแตกต่างสำคัญที่อาจทำให้หลายท่านเข้าใจผิดคือ Aphasia ไม่ได้มีข้อบกพร่องทางการพูดจากปัจจัยทางกายภาพหรือมีปัญหาทางสติปัญญา กล้ามเนื้อและอวัยวะของพวกเขายังทำงานตามปกติ สติปัญญาของผู้ป่วยก็ยังคงใช้งานได้ ไม่ได้ถดถอยลงจากอาการสมองเสื่อมแต่อย่างใด
พวกเขายังคิด มีเหตุมีผล มีความทรงจำและความฉลาดตามปกติ แต่จะเกิดปัญหากับศูนย์กลางการใช้ภาษาในสมองจนเกิดอาการผิดปกติหลายรูปแบบ เช่น พูดช้า สั้น ห้วน ไม่ลื่นไหลเป็นประโยค, ใช้คำผิดสื่อความหมายไปคนละทาง หรืออาจเหลือภาษาพูดเพียงไม่กี่คำ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลรักษาและบำบัดที่อาจไม่ได้ผลนัก
แตกต่างจากการนำ AI Chatbot ซึ่งในที่นี้คือ ChatGPT ที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ภาษาได้ลื่นไหลเป็นธรรมชาติที่สุดมาช่วยเหลือ ตัวโมเดลจะทำการร่างภาษาตามข้อมูลที่ได้รับเพื่อนำมาช่วยเหลือในการสื่อสาร ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถตอบโต้การสนทนาผ่านตัวอักษรได้ตามต้องการอีกครั้ง
จริงอยู่ในช่วงแรกอาจเกิดข้อติดขัดเรื่องฝึกฝนการใช้งาน อีกทั้งคนใกล้ตัวผู้ป่วยเกิดความแตกตื่น จากรูปแบบภาษาบนโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนไปจนนึกว่าช่องทางเหล่านั้นถูกจารกรรม จำเป็นต้องใช้เวลาสักพักเพื่อทำความเข้าใจ ก่อนพวกเขาจะแก้ปัญหาด้วยการแนบข้อความว่า “ได้รับการช่วยเหลือจาก ChatGPT” เพื่อเพิ่มความโปร่งใส
จุดเด่นของโมเดล AI คือยิ่งเราใช้งานยิ่งร่างคำตอบที่ใกล้เคียงกับตัวเรายิ่งขึ้น และด้วยการใช้งาน ChatGPT เข้ามาสนับสนุนนี้เอง ช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมาเข้าสู่การสนทนาพร้อมเชื่อมต่อทางสังคมได้อีกครั้งบนโลกออนไลน์ ทั้งในการกลับไปติดต่อเพื่อนฝูง ร่วมกลุ่มสนทนาออนไลน์ ไปจนเชิญชวนผู้อื่นเข้ามาพูดคุยหรือทำกิจกรรมก็สามารถทำได้อย่างลื่นไหล
มากกว่านั้นคือ เมื่อคำนึงถึงแนวโน้มการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เกิดในปัจจุบัน ที่สามารถฟื้นฟูรูปแบบเสียงและการใช้คำพูดของผู้ใช้งานโดยเลียนแบบจากข้อมูลในอดีตได้ อาจทำให้ AI ไม่เพียงช่วยเหลือในการสื่อสาร แต่อาจทำให้พวกเขากลับมาพูดคุยสนทนาในรูปแบบเสียงได้อีกด้วย
นี่จึงถือเป็นโอกาสทีจะช่วยให้ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่มีอาการบกพร่องทางการพูดกลับมาสื่อสารได้อีกครั้ง
จริงอยู่โครงการนี้ฟังดูไม่ใช่เรื่องยาก อุปกรณ์ที่ใช้งานก็มีเพียงแพลตฟอร์ม ChatGPT ที่สามารถเข้าถึงและใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดทั้งในส่วนการทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือข้อจำกัดทางความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีของผู้ป่วย ที่จำเป็นต้องมีทักษะพื้นฐานในด้านนี้ระดับหนึ่งจึงจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่เหลือคงต้องรอดูต่อไปว่า เทคโนโลยีจะได้รับความนิยมแพร่หลายและช่วยให้ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองกลับมาสื่อสารได้แค่ไหน
ที่มา
https://emedicine.medscape.com/article/1135944-overview?form=fpf
https://techxplore.com/news/2025-07-ai-survivors-voice.html







