posttoday
ผู้เชี่ยวชาญชี้ "พลังงานสะอาด" ทางรอด ASEAN ในยุค AI กินไฟมหาศาล

ผู้เชี่ยวชาญชี้ "พลังงานสะอาด" ทางรอด ASEAN ในยุค AI กินไฟมหาศาล

17 สิงหาคม 2568

ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์พลังงานพลังงานฟันธง AI กำลังลากอาเซียนสู่ "วิกฤตพลังงาน" ชี้ทางรอดต้องพึ่ง "พลังงานสะอาด" จับมือ "จีน" พลิกเกม

 

นาย Fabby Tumiwa ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์พลังงานและผู้อำนวยการ Institute for Essential Services Reform (IESR) ออกโรงเตือนกลางเวที Asean-China Innovative Economic Forum 2025 ว่า

 

การเติบโตแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI และดิจิทัล กำลังเป็น "ดาบสองคม" ที่ผลักให้ภูมิภาคอาเซียนเสี่ยงจมดิ่งสู่วิกฤตความมั่นคงทางพลังงานครั้งใหญ่

 

พร้อมชี้ทางรอดว่ามีเพียงการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและผนึกกำลังกับจีนเท่านั้นที่จะช่วยพลิกสถานการณ์ได้

 

Fabby Tumiwa

 

AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ ตัวการกินไฟมหาศาล

 

นาย Tumiwa ฉายภาพให้เห็นว่า ดีมานด์การใช้ไฟฟ้าในอาเซียนที่กำลังทะยานขึ้นอย่างน่ากังวลนั้น มีตัวจุดชนวนสำคัญคือการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล

 

โดยเฉพาะไฟฟ้าที่ต้องป้อนให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะพุ่งจาก 9 เทราวัตต์-ชั่วโมง (TWh) ในปัจจุบัน แตะระดับ 60 TWh ภายในปี 2030 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 7 เท่า

 

"หัวใจของปัญหาคือ อาเซียนกำลังตอบสนองดีมานด์ที่ทะลักเข้ามานี้ด้วยการ 'นำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล' เป็นหลัก " นาย Tumiwa กล่าว 

 

"ปัจจุบันภูมิภาคอาเซียนพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลมากถึง 20-65% ของปริมาณพลังงานทั้งหมด และสัดส่วนนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 70-80% ภายในปี 2040"

 

"สถานการณ์นี้ทำให้ทั้งภูมิภาคตกอยู่ในภาวะ 'เปราะบาง' ต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก และยังสวนทางกับเป้าหมายลดโลกร้อนอย่างสิ้นเชิง"

 


 

พลิกเกมด้วย 2 ยุทธศาสตร์: พลังงานสะอาด-เทคโนโลยีอัจฉริยะ

 

อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตยังมีโอกาสซ่อนอยู่ โดยนาย Tumiwa เสนอทางออกที่ชัดเจน 2 แนวทางหลัก ได้แก่:

 

  1. ปลดล็อกศักยภาพพลังงานสะอาด: อาเซียนมีทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนมหาศาล ทั้งแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล และความร้อนใต้พิภพ การเร่งลงทุนและพัฒนาทรัพยากรเหล่านี้ คือหนทางเดียวที่จะเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้ซื้อพลังงาน" ไปสู่การสร้าง "ความมั่นคงทางพลังงาน" ได้ด้วยตัวเอง
  2. ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาเทคโนโลยี: แทนที่จะมองว่า AI เป็นแค่ผู้ร้าย ต้องนำ AI มาใช้สร้าง "สมาร์ทกริด" (Smart Grids) เพื่อบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสีย และช่วยให้ระบบไฟฟ้ารองรับพลังงานสะอาดที่ยังมีความไม่เสถียรได้ดียิ่งขึ้น

 

ความร่วมมือ "อาเซียน-จีน" คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย

 

นาย Tumiwa ย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่นี้จะสำเร็จไม่ได้หากขาดความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยเฉพาะกับ "จีน" ซึ่งไม่ได้เป็นแค่คู่ค้า แต่เป็น "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์" ที่ขาดไม่ได้ 

 

ด้วยความแข็งแกร่งทั้งด้านเงินทุนและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด จีนสามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญในการลงทุน, ถ่ายทอดเทคโนโลยี และวางมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เพื่อปูทางไปสู่เป้าหมายใหญ่คือ "โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน" (ASEAN Power Grid)

 

"อาเซียนกำลังยืนอยู่บนปากเหวของความท้าทายด้านพลังงาน แต่ในขณะเดียวกัน นี่ก็คือประตูสู่โอกาสครั้งประวัติศาสตร์" นาย Tumiwa กล่าวทิ้งท้าย 

 

"เราต้องเลือกว่าจะเดินหน้าพึ่งพาพลังงานนำเข้าที่ผันผวนต่อไป หรือจะก้าวกระโดดไปสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดที่มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งคำตอบนั้นชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว"

 

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก