
ผู้เชี่ยวชาญชี้ "พลังงานสะอาด" ทางรอด ASEAN ในยุค AI กินไฟมหาศาล
ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์พลังงานพลังงานฟันธง AI กำลังลากอาเซียนสู่ "วิกฤตพลังงาน" ชี้ทางรอดต้องพึ่ง "พลังงานสะอาด" จับมือ "จีน" พลิกเกม
นาย Fabby Tumiwa ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์พลังงานและผู้อำนวยการ Institute for Essential Services Reform (IESR) ออกโรงเตือนกลางเวที Asean-China Innovative Economic Forum 2025 ว่า
การเติบโตแบบก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI และดิจิทัล กำลังเป็น "ดาบสองคม" ที่ผลักให้ภูมิภาคอาเซียนเสี่ยงจมดิ่งสู่วิกฤตความมั่นคงทางพลังงานครั้งใหญ่
พร้อมชี้ทางรอดว่ามีเพียงการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและผนึกกำลังกับจีนเท่านั้นที่จะช่วยพลิกสถานการณ์ได้
AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ ตัวการกินไฟมหาศาล
นาย Tumiwa ฉายภาพให้เห็นว่า ดีมานด์การใช้ไฟฟ้าในอาเซียนที่กำลังทะยานขึ้นอย่างน่ากังวลนั้น มีตัวจุดชนวนสำคัญคือการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล
โดยเฉพาะไฟฟ้าที่ต้องป้อนให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะพุ่งจาก 9 เทราวัตต์-ชั่วโมง (TWh) ในปัจจุบัน แตะระดับ 60 TWh ภายในปี 2030 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 7 เท่า
"หัวใจของปัญหาคือ อาเซียนกำลังตอบสนองดีมานด์ที่ทะลักเข้ามานี้ด้วยการ 'นำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล' เป็นหลัก " นาย Tumiwa กล่าว
"ปัจจุบันภูมิภาคอาเซียนพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลมากถึง 20-65% ของปริมาณพลังงานทั้งหมด และสัดส่วนนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 70-80% ภายในปี 2040"
"สถานการณ์นี้ทำให้ทั้งภูมิภาคตกอยู่ในภาวะ 'เปราะบาง' ต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก และยังสวนทางกับเป้าหมายลดโลกร้อนอย่างสิ้นเชิง"
พลิกเกมด้วย 2 ยุทธศาสตร์: พลังงานสะอาด-เทคโนโลยีอัจฉริยะ
อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตยังมีโอกาสซ่อนอยู่ โดยนาย Tumiwa เสนอทางออกที่ชัดเจน 2 แนวทางหลัก ได้แก่:
- ปลดล็อกศักยภาพพลังงานสะอาด: อาเซียนมีทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนมหาศาล ทั้งแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล และความร้อนใต้พิภพ การเร่งลงทุนและพัฒนาทรัพยากรเหล่านี้ คือหนทางเดียวที่จะเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้ซื้อพลังงาน" ไปสู่การสร้าง "ความมั่นคงทางพลังงาน" ได้ด้วยตัวเอง
- ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาเทคโนโลยี: แทนที่จะมองว่า AI เป็นแค่ผู้ร้าย ต้องนำ AI มาใช้สร้าง "สมาร์ทกริด" (Smart Grids) เพื่อบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสีย และช่วยให้ระบบไฟฟ้ารองรับพลังงานสะอาดที่ยังมีความไม่เสถียรได้ดียิ่งขึ้น
ความร่วมมือ "อาเซียน-จีน" คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย
นาย Tumiwa ย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่นี้จะสำเร็จไม่ได้หากขาดความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยเฉพาะกับ "จีน" ซึ่งไม่ได้เป็นแค่คู่ค้า แต่เป็น "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์" ที่ขาดไม่ได้
ด้วยความแข็งแกร่งทั้งด้านเงินทุนและเทคโนโลยีพลังงานสะอาด จีนสามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญในการลงทุน, ถ่ายทอดเทคโนโลยี และวางมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เพื่อปูทางไปสู่เป้าหมายใหญ่คือ "โครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน" (ASEAN Power Grid)
"อาเซียนกำลังยืนอยู่บนปากเหวของความท้าทายด้านพลังงาน แต่ในขณะเดียวกัน นี่ก็คือประตูสู่โอกาสครั้งประวัติศาสตร์" นาย Tumiwa กล่าวทิ้งท้าย
"เราต้องเลือกว่าจะเดินหน้าพึ่งพาพลังงานนำเข้าที่ผันผวนต่อไป หรือจะก้าวกระโดดไปสู่อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดที่มั่นคงและยั่งยืน ซึ่งคำตอบนั้นชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว"







