posttoday
Google ส่ง "Big Sleep" AI สวมบทแฮกเกอร์ ล่าภัยไซเบอร์แทนมนุษย์

Google ส่ง "Big Sleep" AI สวมบทแฮกเกอร์ ล่าภัยไซเบอร์แทนมนุษย์

05 สิงหาคม 2568

Google ปล่อย AI 'Big Sleep' แจ้งเกิด! ประเดิมโชว์ผลงานชิ้นโบแดงล่า 20 ช่องโหว่ความปลอดภัยบนซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ตอกย้ำมิติใหม่ของการป้องกันภัยไซเบอร์

 

วงการความปลอดภัยไซเบอร์ต้องจับตา เมื่อ Google ออกมาเปิดเผยความสำเร็จครั้งสำคัญของ "Big Sleep" ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อไล่ล่าหาช่องโหว่ในระบบคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ

 

ซึ่งล่าสุดได้ประเดิมผลงานชิ้นแรกด้วยการค้นพบและรายงานช่องโหว่ถึง 20 รายการในซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย

 

Heather Adkins รองประธานฝ่ายความปลอดภัยของ Google ยืนยันความเคลื่อนไหวดังกล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X (เดิม Twitter) โดยระบุว่า

 

Big Sleep เป็น AI ที่ใช้เทคโนโลยีโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เป็นแกนหลัก ได้ส่งรายงานชุดแรกที่พบในซอฟต์แวร์ชื่อดังอย่างไลบรารีจัดการไฟล์วิดีโอ FFmpeg และโปรแกรมแต่งภาพ ImageMagick

 

 

สำหรับ AI ตัวนี้ เป็นผลงานพัฒนาร่วมกันระหว่าง DeepMind ทีมวิจัย AI แนวหน้า และ Project Zero ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะทีมแฮกเกอร์ระดับพระกาฬของ Google

 

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคของช่องโหว่ที่พบ เนื่องจากต้องรอให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ออกตัวแก้ไขตามนโยบายมาตรฐานสากล

 

แต่ความสำเร็จครั้งนี้ก็ถือเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า AI เริ่มมีศักยภาพในการทำงานเชิงรุกด้านความปลอดภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

 

โฆษกของ Google ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนว่า

 

"เพื่อให้รายงานมีคุณภาพและนำไปใช้งานได้จริง เรายังมีผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบเพื่อยืนยันความถูกต้องในขั้นตอนสุดท้าย แต่ตัว AI สามารถค้นหาและจำลองการโจมตีช่องโหว่ได้สำเร็จด้วยตัวเองทั้งหมด โดยไม่มีมนุษย์เข้าไปชี้นำ"

 

ขณะที่ Royal Hansen รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Google ถึงกับโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า นี่คือ "มิติใหม่ของการค้นหาไล่ล่าหาช่องโหว่ในระบบคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ"

 

นอกจาก Big Sleep ยังมีเครื่องมืออื่นๆ เช่น RunSybil และ XBOW ซึ่งต่างก็กำลังสร้างชื่อในวงการความปลอดภัยไซเบอร์ 

 

โดยเฉพาะ XBOW ซึ่งเคยสร้างปรากฏการณ์ด้วยการขึ้นสู่อันดับสูงสุดบนลีดเดอร์บอร์ดของ HackerOne แพลตฟอร์มสำหรับนักล่าช่องโหว่เพื่อเงินรางวัล (bug bounty) ระดับชั้นนำของสหรัฐอเมริกามาแล้ว

 

Vlad Ionescu ผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ของ RunSybil สตาร์ทอัพด้าน AI ตรวจจับบั๊ก ให้ความเห็นกับสำนักข่าว TechCrunch ว่า Big Sleep มีความ "น่าเชื่อถือมาก"

 

ด้วยเหตุผลว่า "มีการออกแบบที่ดี ทีมงานก็เก่งจริง แถมยังมีประสบการณ์ตรงจาก Project Zero และได้พลังประมวลผลมหาศาลจาก DeepMind มาช่วยหนุนเพิ่ม

 

เครื่องมือเหล่านี้มีศักยภาพที่น่าจับตามอง แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อบกพร่องที่ต้องจับตา โดยผู้ดูแลโครงการซอฟต์แวร์จำนวนมากได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับรายงานข้อผิดพลาด (บั๊ก)

 

ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นอย่างไม่ถูกต้อง (Hallucinations) หรือเกิดอาการหลอน จนบางส่วนในแวดวง Bug Bounty เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าเป็น 'ข้อมูลขยะจาก AI' (AI slop)

 

"ความท้าทายที่เราเผชิญคือ รายงานที่ได้รับมานั้นดูน่าเชื่อถือเมื่อมองเพียงผิวเผิน แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วกลับพบว่าเป็นข้อมูลที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง" Vlad Ionescu กล่าวสรุป

 

ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้ AI ในสมรภูมิไซเบอร์ยังคงต้องได้รับการพัฒนาต่อไป

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม