โพสต์ทูเดย์ มากกว่าข่าว ทุกเรื่องราวคุณมีส่วนร่วม กลับสู่ โพสต์ทูเดย์ดอทคอม

เปิดประตูค้าชายแดน

สถานการณ์ในเมียนมา

  • 20 มีนาคม 2564 เวลา 07:42 น.
  • | เปิดอ่าน 7,549
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+

สถานการณ์ในเมียนมา

โดย กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์

สถานการณ์การประท้วงในกรุงย่างกุ้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าในช่วงตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 14 ถึงวันพุธที่ 17 จะเกิดความรุนแรงมาก ตามที่ข่าวทั่วไปในประเทศไทยเรา จะมีการรายงานเข้ามาให้ได้เห็นกันมาก แม้ในวันพฤหัสบดีที่ 18 และวันศุกร์ที่ 19 เหตุการณ์ปะทะกันจะมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนต้นๆสัปดาห์  

ผมมีความรู้สึกว่าน่าจะเห็นวี่แววที่ดีในอีกไม่ช้าก็เป็นได้ เราลองมาช่วยกับวิเคราะห์ดูกันนะครับ

ในวันศุกร์ที่ 19 นี้ ข่าวที่ส่งมาจากเพื่อนชาวสิงค์โปร์ที่อยู่ในเมืองย่างกุ้ง ที่เข้าไปทำการค้าอยู่ที่นั่น เขาเองยังคงอดทนที่จะดูสถานการณ์ต่อไป ทั้งๆที่รัฐบาลของเขาพยายามส่งข่าวถึงชาวสิงค์โปร์ที่อยู่ในเมียนมา ให้รีบเดินทางออกมาโดยด่วน 

ผมถามเขาว่าทำไมคุณถึงยังอดทนดูต่อไป เขาบอกว่าเขาไม่เกรงกลัวเรื่องความปลอดภัย แต่เป็นห่วงทรัพย์สินที่ลงทุนอยู่ในนั้นมากกว่า เพราะการถอนตัวออกไปนั้นง่ายมาก แต่ทุกอย่างจะสูญเสียไปหมด 

ในขณะที่หากมองย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เหตุเกิดมีการปะทะกันภายในประเทศเวียดนาม เนื่องจากมีประชาชนชาวเวียดนามบางส่วน ไม่พอใจประเทศจีน จากการแย่งชิงเกาะเตียวหยู ที่เป็นข้อพิพาทกันหลายประเทศมาก 

ทำให้ผู้คนออกมาเผาโรงงานของชาวจีน เหตุการณ์บานปลายรุนแรงขึ้นมาก แต่หลังจากนั้นไม่นานก็สงบลง พอเข้าสู่โหมดปกติแล้ว คนที่รีบถอนตัวไปก่อน ก็ได้แต่เสียดายและเสียใจกันไปครับ

ในส่วนของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เขาส่งข่าวมาบอกว่า ที่สะพานบะยิงนอง (บุเรงนอง) เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำย่างกุ้งไปยังฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมลันตาย่าที่อยู่ด้านซ้ายมือ 

ส่วนด้านขวามือก็เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมเชว ลิ่น ปัน ทั้งสองเขตอุตสาหกรรมนี้ ล้วนเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศเมียนมา ในวันอาทิตย์ถึงวันอังคาร เหตุการณ์ปะทะกันก็เริ่มเเกิดขึ้นที่นี่แหละครับ ซึ่งในวันดังกล่าวฝ่ายของ CDM หรือผู้ที่ออกมาประท้วง เขาได้นำเอาทั้งก้อนหินและอุปกรณ์อื่นๆ มากองวางเต็มไปหมด เพื่อปกป้องไม่ให้ทหารเข้าออกได้สะดวก 

และมีการเผาสิ่งของกันที่หัวสะพานฝั่งเข้าเมืองกันมาก แต่มาเช้าวันศุกร์นี้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในฝั่งของ SAC ได้เข้ามาจัดการเก็บกวาดสิ่งกีดขวางแล้ว 

ในขณะที่สะพานลอย Thamine ก็เช่นกัน เพียงแต่ที่นี่มีการเข้ามาขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานกันปะปราย ซึ่งในเขตนี้ มีสถานีรถไฟอยู่ที่นี่ด้วย ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่น่าจับตามองเช่นกัน เพราะมีชาวบ้านอยู่กันหนาแน่นพอควร  

นอกจากนั้นยังมีเขตต่าเกต้า เขตเมียวอ็อกกะล่า เขตซันชอง เขตตามุย ก็ยังคงตึงเครียดมากเช่นกัน อย่างไรก็ดี จะต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิดต่อไปครับ

ในส่วนของต่างเมือง ที่มีความตึงเครียด ก็ยังคงเป็นที่เดิมๆ เช่น เมืองเมียวดี เมืองมัณฑะเลย์  เมืองอัมระปุระ ในรัฐมัณฑะเลย์  เมืองยัวร์ และเมืองตามู ในรัฐสะกาย เมืองเมาะละเมียง ในรัฐมอญ  เมืองทวาย ในรัฐตะนาวศรี เมืองพะโค เมืองแปร ในรัฐพะโค 

เมืองต่างๆเหล่านี้ ยังคงมีความตึงเครียดอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ที่ออกมาประท้วงได้ลดลงไปมาก เพราะเหตุจากการออกมาปราบปรามด้วยอาวุธจริง ทำให้เกิดความหวาดกลัวนั่นเองครับ 

ในขณะที่ทางรัฐบาลใหม่ หรือ SAC เองก็ได้ออกประกาศให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกระทรวงมหาดไทย เข้าประจำการในหน้าที่ของตนเองอย่างเคร่งครัด และจะต้องเข้าไปทำงานภายในวันที่ 22 มีนาคมนี้ 

หากไม่เข้ามาทำงานในวันดังกล่าว จะถูกลงโทษและจะฟ้องร้องในทางแพ่งด้วย 

นอกจากนี้ ในวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ยังได้มีการลงโทษเจ้าหน้าที่บุคคลากรทางการเเพทย์แล้ว ด้วยการสั่งจำคุกเป็นเวลาหนึ่งเดือน ในข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ 

นอกจากนี้ยังได้แจ้งข้อกล่าวหาลับหลังจำเลยต่อนาย U Kyaw Moe Tun ผู้แทนพิเศษของเมียนมาประจำสหประชาชาติ ในข้อหากบฎตามมาตรา 122 ซึ่งโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตเลยทีเดียว 

ในขณะที่ฝ่ายของ CRPH ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาหรือผู้แทนสภาผู้แทนฯนอกสภาฯ ก็ได้ออกมาประกาศให้กลุ่มชาติพันธ์ทุกกลุ่ม เป็นกลุ่มที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อหวังจะให้กลุ่มชาติพันธ์ทั้งหมดออกมาช่วยกันสู้รบกับฝ่ายรัฐบาลทหารหรือ SAC นั่นเอง 

อีกทั้งมีการประกาศให้งดการเก็บค่าไฟฟ้าจากประชาชนตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไปครับ

จะเห็นว่าขณะนี้ได้มีการทำสงครามแย่งชิงมวลชนกันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่เห็นนี้หมายความว่าอย่างไร? 

ในความคิดของผม คือปรากฎการณ์ที่น่าจะมีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดการเพี่ยงพล้ำเกิดขึ้น ส่วนจะเป็นฝ่านไหน เราคงต้องใช้วิจารณญานเอาเองครับ 

เพราะผมคิดว่าสำหรับคนที่ทำธุรกิจในประเทศเมียนมาในวันนี้ ควรจะต้องเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด อย่ากระพริบตา และต้องรู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหางให้ดี 

เพราะหากไปเข้าข้างฝ่ายใด ก็ล้วนแล้วแต่ไม่เกิดผลดีด้วยกันทั้งนั้นครับ อย่างที่ผมเคยพูดว่า 

เราต้องจับตามองในฐานะของผู้ชม อย่าทำตัวเป็นผู้เล่นโดยเด็ดขาด มิฉนั้นจะเกิดอันตรายครับ

     

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+