โพสต์ทูเดย์ มากกว่าข่าว ทุกเรื่องราวคุณมีส่วนร่วม กลับสู่ โพสต์ทูเดย์ดอทคอม

เปิดประตูค้าชายแดน

วิเคราะห์ MOU เมียนมา-จีน (3)

  • 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09:00 น.
  • | เปิดอ่าน 328
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+

วิเคราะห์ MOU เมียนมา-จีน (3)

โดย กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์

สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมวิเคราะห์การเซ็นต์ MOU ระหว่างเมียนมา-จีนมาสองสัปดาห์ แต่ก็ยังไม่จบ

เพราะเนื้อหาและสิ่งซ่อนอยู่ภายในสัญญาค่อนข้างจะเยอะ คงจะต้องต่ออีกสองสัปดาห์แน่นอน เป็นเรื่องสำคัญที่จะส่งผลกระทบชิ่งมาที่ประเทศไทยเรา ก็อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ

วันนี้เรามาต่อกันอีกครั้งนะครับ เรามาดูฉบับที่ 20 และ 21ทั้งสองฉบับนี้จะพูดถึงเรื่องการประสานความสัมพันธ์ทางการฑูตกัน ซึ่งทางการจีนได้เน้นเรื่องความร่วมมือกันด้านต่างประเทศเป็นหลัง

ถ้าเรามองย้อนกลับไปที่จีนใช้เวทีทางการฑูตในทวีปต่างๆ โดยเฉพาะที่ทวีปอเมริกาใต้ และทวีปอาฟริกาเราจะเห็นว่า ปัจจุบันนี้ทางการจีนได้ขยายอิทธิพลไปทั่วหมดแล้ว ซึ่งถ้ามองลึกลงไป เราจะเห็นเครื่องมือในการขยายอิทธิพลก็คือ “เงิน” ตัวเดียว เขาทุ่มลงทุนทั้งการให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

และการให้ความช่วยเหลือด้านสาธารณูปโภคเป็นหลักเลย การดำเนินการของจีนในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา นับว่ามีการลงทุนไปเยอะมาก แต่ในการเซ็นต์ MOU ครั้งนี้ เขาลงทุนไปน้อยมากๆ

ถ้าจะเปรียบกับการรุกทุกๆครั้งของเขาลุยประเทศอื่น ดังนั้น แม้นว่าทางมุมมองของเมียนมาจะมองว่าได้มากกว่าเสีย แต่ส่วนตัวผมกลับคิดว่าได้มาในราคาถูกแสนถูกครับ

ในฉบับที่ 22 เนื้อหาจะเน้นหนักไปที่เส้นทางรถไฟความเร็วสูง มู่เจ-มัณฑะเลย์ ซึ่งเส้นทางนี้เป็นหนามยอกอกจีนมาประมาณร่วมห้าหกปีมาแล้ว เนื่องจากเส้นทางนี้จีนได้คาดหวังใว้สูงมาก เพราะเขาบุกเข้ามาทางลาว โดยผ่านมาจากคุนหมิง-จิ่งหง(สิบสองปันนา)-บ่อเต็น-บ่อหาน-หลวงพระบาง-เวียงจันทร์ ได้ทะลุทะลวงจบแล้ว การก่อสร้างได้ดำเนินการไปไม่หยุด

ปัจจุบันนี้เชื่อว่าน่าจะแล้วเสร็จไปบางส่วนแล้ว แต่สายตะวันตกจากคุนหมิง-มู่เจ-ลาซิว-หนองโช-ปิ่นอู่ลิน- มัณฑะเลย์ เมื่อเริ่มก่อสร้างก็มีปัญหาชนชาติพันธ์ไปเสียแล้ว ดังนั้นจึงทำๆหยุดๆอยู่ตลอดเวลา ผมเชื่อว่าในการประชุมกลุ่มชาติพันธ์คราวหน้าคงจะต้องมีการหยิบยกเอามาถกใหญ่กันอีกครั้งอย่างแน่นอน ต้องติดตามนะครับงานนี้

หนังชีวิตครับ จะจบแบบไหนเท่านั้นเอง ส่วนฉบับที่ 23 ก็เป็นเรื่องของความร่วมมือกันสร้างถนน สายมู่เจ-มัณฑะเลย์ และสายเจ้าเพียว-เนปิดอร์ สายแรกน่าจะเป็นการยกระดับลอจิสติกส์ ระหว่างจีนสู่เมียนมาซึ่งถ้าหากการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงจบ เรื่องทางรถยนต์ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

แต่ที่น่าจับตาดูคือสายเจ้าเพียว-เนปิดอร์ครับ เพราะจะว่าไปแล้ว เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อเมียนมาเท่าไหร่ แต่จีนจะได้แบบเต็มๆ เพราะการสร้างท่าเรือน้ำลึกและท่าขนถ่ายน้ำมันรวมไปจนถึงท่อส่งน้ำมันและท่อก๊าสธรรมชาติ (ซึ่งได้เปิดใช้งานแล้ว) จีนจะเป็นผู้ที่ได้ผลประโยชน์เต็มๆเลยครับ

หากเส้นทางนี้เสร็จ ก็สามารถเชื่อมต่อมายังทางถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายย่างกุ้ง-มัณฑะเลย์ ที่เนปิดอร์อย่างง่ายดาย ส่วนเมียนมาอาจจะได้บ้างเล็กๆน้อยๆในเฉพาะหน้า แต่ในระยะยาวเท่านั้นจึงได้ได้กลับมาครับฉบับที่ 24 เป็นความร่วมมือกันทางด้านพลังงาน

โดยเนื้อหาของ MOU ระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมพัฒนาพลังงานและแลกเปลี่ยนพลังงานกัน หากจะวิเคราะห์จากทรัพยากรธรรมชาติของเมียนมา ต้องบอกว่าเมียนมามีถ่านหินที่มีคุณภาพสูงมากมาย เอาที่เฉพาะที่รัฐสะกาย แค่ปาดหน้าดินออก ก็สามารถตักถ่านหินที่มีพลังงานมากกว่า 450 แคลอรี่ได้เลย

ในขณะที่จีนเอง การขุดถ่านหินจากใต้ดินต้องขุดกันลึกสามสี่ร้อยเมตร จึงจะได้ถ่านหิน ซึ่งบางปีเราจะได้ยินเรื่องเหมืองถ่านหินใต้ดินถล่มกันอยู่เป็นประจำเลยครับ

ดังนั้นเมียนมามีวัตถุดิบผลิตพลังงานไฟฟ้า ในขณะที่จีนมีเทคโนโลยี่การผลิตไฟฟ้าระดับต้นๆของโลกเลยครับ เมื่อแลกเปลี่ยนกัน ท่านก็ลองคิดดูว่าใครจะได้ใครจะเสียนะครับ

ถ้าถามผมละก็ผมก็ต้องตอบว่าในโลกนี้ผู้ผลิตวัตถุดิบย่อมเสียเปรียบผู้ผลิตผลผลิตอยู่วันยังค่ำ เพราะวัตถุดิบราคาย่อมถูกกว่าผลผลิตครับ

มาที่ฉบับที่ 25 เป็นเรื่องการเซ็นต์สัญญาคู่มิตรกันระหว่างรัฐย่างกุ้งกับมณฑลยูนนานของจีน และฉบับที่ 26 เป็นความร่วมมือกันสร้างเมืองใหม่ย่างกุ้ง หรือ (Yangon New City Project) เห็นมั้ยครับว่าจีนฉลาดมาก เอาฉบับที่ 25 มาเป็นเรื่องความสัมพันธ์ใว้ด้านหน้า พอมีความสัมพันธ์ที่ดี ก็ตลบหลังด้วยการสร้างเมืองใหม่ ที่เป็นหนึ่งใน 80 เมกกะโปรเจ็ค ที่ผมพูดถึงมาตลอดว่า ทางการเมียนมามีความประสงค์จะสร้างเมืองใหม่ในย่างกุ้งที่เขตดาล่าฝั่งตรงข้ามวัดโบดะถ่องหรือวัดเทพทันใจที่เราคนไทยรู้จักนั่นแหละครับ งานนี้เป็นงานช้าง

แม้แต่ผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ผมเคยพาไปดูสองราย ยังไม่กล้าที่จะลงทุน แต่ท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มาถึงก็คว้าพุงปลาไปกินเลย อาจจะเป็นเพราะเคยมีประสบการณ์สร้างเมืองผู่ตง เมืองใหม่ของเซียงไฮ้มาก่อน จึงเห็นว่างานนี้ไม่ยากสำหรับเขา หมูมาก

อีกทั้งยังมีการสร้างถนนวงแหวนรอบกรุงย่างกุ้งอีกสามวง ก็ตกไปอยู่ในมือของจีนเรียบร้อย แล้วเราละครับ "ใกล้เกลือกินด่าง" ยังไม่ได้โปรเจ็คยักษ์แม้แต่โปรเจ็คเดียว ที่เขากำลังลงมือเลย เห็นแล้วเสียดายครับหากมีข่าวว่าคนไทยได้ไป ผมจะดีใจเนื้อเต้นแน่นอนครับ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+