เยอรมนีหน้าแตกที่แท้'ถั่วงอก'จากฟาร์มในประเทศต้นตออีโคไล

วันที่ 07 มิ.ย. 2554 เวลา 07:29 น.
เยอรมนีเชื่อถั่วงอกจากฟาร์มออร์แกนิกทางเหนือของประเทศเป็นต้นตอแพร่เชื้อแบคทีเรียมรณะ

ด้านอียูเรียกประชุมฉุกเฉิน รมต.เกษตร ถกหาทางออกวิกฤตอีโคไล

เจ้าหน้าที่ด้านเกษตรกรรมของเยอรมนี เปิดเผยถึงความคืบหน้าของวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อแบคทีเรียอีโคไล ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปแล้ว 22 คน และมีผู้ป่วยเพราะติดเชื้ออีกกว่า 2,200 คน เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ว่า อาจมีต้นตอมาจากถั่วงอก ซึ่งปลูกในฟาร์มออร์แกนิกแห่งหนึ่งในเยอรมนี

เกิร์ท ลินเดอร์มานน์ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรรัฐโลว์เออร์แซกโซนีของเยอรมนี ระบุว่า จากการทดสอบในเบื้องต้นพบว่าถั่วงอกและผลผลิตอีกหลายชนิดจากฟาร์มแห่งหนึ่งในย่านอูเอลเซน ที่อยู่ระหว่างเมืองฮัมบูร์กกับฮันโนเวอร์ อาจจะเป็นต้นตอไปสู่การแพร่ระบาดของแบคทีเรียมรณะใน 5 รัฐ

ด้าน เกิร์ท อาห์เน โฆษกกระทรวงเกษตรรัฐโลว์เออร์แซกโซนี ระบุว่า ถั่วงอกดังกล่าวถูกส่งไปยังร้านอาหารหลายแห่ง ซึ่งมีรายงานพบการแพร่ระบาดของเชื้ออีโคไล ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสัญญาณบ่งชี้ที่ค่อนข้างแน่ชัดว่าฟาร์มอูเอลเซนจะเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล แต่ ดาเนียล บาห์น รัฐมนตรีสาธารณสุขเยอรมนี ระบุว่าทุกอย่างจะชัดเจนก็ต่อเมื่อทราบผลการทดสอบอย่างเป็นทางการจากห้องปฏิบัติการซึ่งคาดว่าจะประกาศออกมาในวันที่ 6 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุดจากเยอรมนี นับว่าขัดแย้งกับรายงานที่ออกมาก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากตลอดหลายวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเยอรมนีพยายามหาสาเหตุและต้นตอของการแพร่ระบาด โดยในเบื้องต้นได้พุ่งเป้าความสงสัยไปที่ผักกาดหอม แตงกวา และมะเขือเทศ ที่คาดว่านำเข้าจากสเปนเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาด ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวทำให้เกษตรกรสเปนต้องสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมหาศาล

ด้านความเคลื่อนไหวของฟาร์มออร์แกนิก ซึ่งคาดว่าเป็นต้นตอของเชื้ออีโคไลนั้น ได้ปิดตัวลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีการเรียกคืนผลผลิตทั้งหมด อาทิ สมุนไพรสด ผลไม้ ดอกไม้ และมันฝรั่งคืนด้วย

ขณะที่ ลินเดอร์มานน์ ระบุว่า ตรวจพบลูกจ้างหญิงสองคนของฟาร์มดังกล่าวมีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง ในจำนวนนี้ 1 รายติดเชื้ออีโคไล นอกจากนี้ ยังเสริมว่าทางการกำลังตรวจสอบถั่วงอก 18 ชนิด ซึ่งรวมถึงถั่วงอกที่ทำมาจากถั่วเขียว บรอกโคลี พืชตระกูลถั่ว ถั่วชิกพี ต้นกระเทียม และหัวราดิช

ส่วนสาเหตุที่ทำให้การปนเปื้อนดังกล่าวปรากฏในถั่วงอกนั้น รัฐมนตรีเกษตรรัฐโลว์เออร์แซกโซนี อธิบายว่า อาจเป็นเพราะถั่วงอกดังกล่าวเพาะในกระบะโดยใช้ไอน้ำ ด้วยอุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และมีความเป็นไปได้ว่า น้ำที่ใช้รดมีการปนเปื้อนของอีโคไลหรือไม่ เมล็ดพันธุ์ที่ซื้อจากเยอรมนีหรือนำมาจากแหล่งอื่นๆ อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค

นอกจากนี้ ลินเดอร์มานน์ ระบุว่า เกษตรกรของฟาร์มแห่งนี้ไม่ได้ใช้ปุ๋ยคอก ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในฟาร์มแบบออร์แกนิกและไม่เคยเป็นสาเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียมรณะในการเพาะแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีเกษตรรัฐโลว์เออร์แซกโซนียังคงเรียกร้องให้ชาวเยอรมนีหยุดการบริโภคถั่วงอก จนกว่าจะได้รับแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม ขณะที่ทางการเยอรมนียังไม่ชี้ชัดว่ามีแหล่งแพร่เชื้อโรคใดอีกหรือไม่ แต่ยังคงเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคแตงกวา มะเขือเทศ และผักกาดหอมในขณะนี้

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน มาร์ตัน ฮาจดู โฆษกประธานกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งขณะนี้ฮังการีเป็นประธานหมุนเวียน ระบุว่า รัฐมนตรีเกษตรของกลุ่มอียูจะประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบรรดาเกษตรกรในวันที่ 7 มิ.ย. ที่ลักเซมเบิร์ก ซึ่งเร็วกว่าที่มีการกำหนดไว้ 10 วัน

สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิตและติดเชื้อแบคทีเรียมรณะดังกล่าวนั้น ประธานศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติของเยอรมนี รายงานยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 22 ราย ในจำนวนนี้ 21 รายเป็นชาวเยอรมัน ส่วนอีก 1 รายเป็นชาวสวีเดน ส่วนยอดผู้ป่วยที่ติดเชื้อในเยอรมนีเพิ่มขึ้นเป็น 2,153 รายแล้ว ในจำนวนนี้รวมถึงผู้ป่วย 627 ราย ที่อาจเกิดภาวะไตวายแทรกซ้อน ขณะที่อีก 10 ประเทศยุโรป รวมทั้งสหรัฐ รายงานว่า มียอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 90 ราย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐ ระบุว่า ขณะนี้ทางการสหรัฐได้เพิ่มการเฝ้าระวังผักสด อาทิ มะเขือเทศ แตงกวา ผักกาดหอม และผักสลัดสด ที่นำเข้าจากพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้สหรัฐยังไม่พบผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวเพิ่มเติม ซึ่งล่าสุด สหรัฐพบผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะติดเชื้ออีโคไล 3 ราย ซึ่งทั้งหมดเพิ่งเดินทางกลับจากเมืองฮัมบูร์กของเยอรมนี