ศึกชิงเก้าอี้พอ.ไอเอ็มเอฟเข้มข้นชาติกำลังพัฒนาอัดยุโรปเลิกพูกขาด

วันที่ 26 พ.ค. 2554 เวลา 07:01 น.
บริกส์ออกโรงตำหนิชาติยุโรป อย่าคร่ำครึ จี้เลิกผูกขาดเก้าอี้ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ

กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ชั้นนำ (บริกส์) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจาก 5 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ เห็นพ้องออกแถลงการณ์ร่วมวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อพฤติกรรมของชาติยุโรปที่ต้องการยึดเก้าอี้ตำแหน่งผู้นำกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ไว้เอง ว่าเป็นการกระทำที่ “คร่ำครึ”

นอกจากนี้ยังตำหนิว่า การผูกขาดตำแหน่งผู้นำไอเอ็มเอฟของชาวยุโรปมาอย่างยาวนาน เป็นการทำลายความชอบธรรมของกองทุนแห่งนี้

ทั้งนี้ ท่าทีอันแข็งกร้าวดังกล่าว กรรมการบริหารไอเอ็มเอฟจากกลุ่มบริกส์มีขึ้นคล้อยหลังจากที่กองทุนดังกล่าวเปิดรับสมัครผู้ชิงตำแหน่งผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟแทนสเตราคานห์ อดีตผู้อำนวยการซึ่งตกเป็นกรณีอื้อฉาว หลังก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศแม่บ้านของโรงแรมโซฟิเทลในนิวยอร์ก

ในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว กรรมการบริหารไอเอ็มเอฟจากกลุ่มบริกส์ยังแสดงความเห็นว่า การคัดเลือกผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟควรพิจารณาจากความสามารถ ไม่ใช่เชื้อชาติ พร้อมกันนี้ยังอ้างถึงสัญญาที่ฌอง โคลด จุงเกอร์ ประธานกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ให้ไว้เมื่อครั้งที่มีการแต่งตั้งสเตราคานห์ เมื่อปี 2007 ว่า ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟคนถัดไปจะต้องไม่ใช่ชาวยุโรป

ยิ่งกว่านั้น ชาติสมาชิกกลุ่มบริกส์ยังชี้ว่าวิกฤตการเงินที่เกิดขึ้นกับสหรัฐและยุโรปในช่วงปี 2008-2009 สะท้อนถึงความจำเป็นที่ต้องมีการปฏิรูปหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งไอเอ็มเอฟ ซึ่งควรสะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มชาติกำลังพัฒนาต่อเศรษฐกิจโลก

“สิ่งที่จำเป็น คือ การละทิ้งธรรมเนียมล้าสมัยที่ว่าตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ของไอเอ็มเอฟควรเป็นชาวยุโรป” แถลงการณ์ร่วมระบุ

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วไอเอ็มเอฟประกาศว่าเป้าหมายของคณะกรรมการบริหารไอเอ็มเอฟคือคัดเลือกกรรมการผู้จัดการด้วยฉันทามติ โดยตั้งเป้าว่ากระบวนการสรรหาจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิ.ย.

อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะมีท่าทีชัดเจนว่า ไอเอ็มเอฟควรมอบโอกาสให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟบ้าง แต่จนถึงขณะนี้กลุ่มบริกส์ยังไม่มีฉันทามติว่าจะสนับสนุนใครเป็นตัวแทนชิงชัยตำแหน่งดังกล่าว มีเพียงรัฐบาลเม็กซิโกที่ระบุว่าจะส่งกุสติง การ์สเตงส์ ผู้ว่าการแบงก์ชาติของเม็กซิโก ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการของไอเอ็มเอฟมาก่อนลงสมัคร

ขณะที่ทางฝั่งยุโรปนั้นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า จะให้การสนับสนุนคริสติน ลาการ์ด รัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศส ลงชิงชัยในตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งนับตั้งแต่มีกระแสข่าวสรรหาผู้นำไอเอ็มเอฟคนใหม่ ลาการ์ดก็ขึ้นแท่นเป็นผู้สมัครตัวเก็ง เนื่องจากไม่เพียงได้รับการสนับสนุนจากชาติยุโรปหลายชาติ รวมทั้งนิวซีแลนด์ และจีน

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ฟรองซัว บาร์ยง หัวหน้าโฆษกรัฐบาลแดนน้ำหอม ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุยุโรป 1 ว่า จีนซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการผลักดันให้ไอเอ็มเอฟปฏิรูประบบการคัดสรรผู้นำ ได้แสดงท่าทีสนับสนุนลาการ์ดเป็นผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟคนใหม่

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน บรรดาผู้ที่ถูกจับตาว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งดังกล่าว ก็เริ่มออกมาเคลื่อนไหวบ้างแล้ว สำหรับตัวเก็งเบอร์ 1 อย่างรัฐมนตรีคลังหญิงอย่างเมืองน้ำหอมนั้น ล่าสุดมีการคาดการณ์ว่า ลาการ์ดจะประกาศตัวเป็นผู้ชิงตำแหน่งหัวเรือไอเอ็มเอฟอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือก่อนหน้าที่เจ้าตัวจะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (จี8) ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองโดวิลล์ของฝรั่งเศส

ขณะที่แหล่งข่าวภายในจากอียูยืนยันกับเอเอฟพีว่า ชื่อของลาการ์ดจะได้รับการประกาศก่อนหน้าที่จะมีการประชุม จี8 อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ลาการ์ด ซึ่งถูกจับตามองว่าเป็นผู้สมัครชาวยุโรปที่เป็นตัวเก็งไม่เคยพูดถึงว่าแท้จริงแล้วต้องการดำรงตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน อาร์วินด์ วีรมานี กรรมการบริหารไอเอ็มเอฟจากกรุงนิวเดลี ระบุว่า มอนเต็ก ซิงข์ อาห์ลูวาเลีย ที่ปรึกษาเศรษฐกิจอาวุโส วัย 68 ปี ผู้ประกาศตัวชิงตำแหน่งผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟที่ว่างลง ต้องถูกถอดออกจากรายชื่อ แม้ว่าจะมีคุณสมบัติเพียบพร้อม เนื่องจากอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 65 ปี

“เขาเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติดีเยี่ยมแต่ไม่ผ่าน การไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะตามข้อกำหนดของไอเอ็มเอฟระบุว่าผู้สมัครต้องมีอายุครบ 65 ปี หรือต่ำกว่านั้น” วีรมานี ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอ็นดีทีวี เมื่อวันที่ 25 พ.ค.

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผู้สมัครชาวอินเดียคนอื่นที่ประกาศตัวจะลงชิงชัยในตำแหน่งดังกล่าว