ทบทวนตัวเอง

วันที่ 23 พ.ค. 2554 เวลา 08:22 น.
เมื่อไม่นานนี้สิงคโปร์เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงในแวดวงการเมือง ด้วยการลาออกของ 2 รัฐมนตรีอาวุโส ลีกวนยิว และโก๊ะจ๊กตง

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

เมื่อไม่นานนี้สิงคโปร์เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงในแวดวงการเมือง ด้วยการลาออกของ 2 รัฐมนตรีอาวุโส ลีกวนยิว และโก๊ะจ๊กตง รับผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาที่เขาว่าเป็นชัยชนะที่น้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะเสียที่นั่งให้ฝ่ายค้านไป 6 ที่นั่ง ชนะมาด้วยคะแนน 60%

หลังเลือกตั้งรัฐบาลพรรคพีเอพียอมรับว่าเป็นเสียงสะท้อนที่ประชาชนเริ่มรู้สึกไม่พอใจรัฐบาลในหลายด้าน ทั้งเรื่องคนต่างชาติล้น เรื่องหางานทำยาก และส่วนหนึ่งยังรู้สึกตงิดๆ กับรัฐบาลพรรคเดียวไร้ฝ่ายค้าน (ปกติไม่เคยได้เกิน 2 ที่นั่ง) รัฐบาลจึงรับปากจะแก้ปัญหาต่างๆ และปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น

ไม่คิดว่าวันนี้รัฐบาลสิงคโปร์จะทำจริงกับการเตรียม “หั่นเงินเดือน” ตัวเองลง

นายกรัฐมนตรี ลีเซียนลูง มีคำสั่งให้ทบทวนเงินเดือน ครม.ใหม่ แบบที่สำนักข่าวฝรั่งเขากัดขำๆ ว่า Multimilliondollar salaries

จะไม่ให้หลายล้าน (เหรียญสหรัฐ) ได้อย่างไรก็ทุกวันนี้เงินเดือนผู้นำสิงคโปร์สูงสุดยิ่งกว่าใคร ประธานาธิบดีได้ปีละ 3.45 ล้านเหรียญสหรัฐ นายกรัฐมนตรีได้ 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเงินน้อยสุดใน ครม.ก็ 1.27 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ผู้นำอเมริกา ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้แค่ปีละ 4 แสนเหรียญสหรัฐเท่านั้น

ที่ผ่านมาคนสิงคโปร์เขาไม่ว่าอะไรที่ผู้นำเงินเดือนสูง หรือออกกฎหมายขึ้นเงินเดือนตัวเอง เพราะถือเป็นโบนัสที่บริหารประเทศดี ทำให้ประชาชนมีกินมีใช้สบาย

แต่ประชาชนมาไม่พอใจก็การขึ้นเงินเดือนล่าสุดเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งที่ประเทศยังไม่หายดีจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย แถมยังเริ่มมีปัญหาเงินเฟ้อ และปัญหาสังคมอื่นๆ นายกฯ ลี จึงสั่งปรับฐานเงินเดือนใหม่ และให้ดูเงินเดือนของประชาชนอาชีพต่างๆ เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจด้วย

แม้จะใช้เวลาอีกนานกว่าที่สิงคโปร์จะได้มีฝ่ายค้านอย่างจริงจัง แต่อย่างน้อยที่สุดนี่ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อลดแรงเสียดทานของประชาชน อย่างที่นักการเมืองควรจะเป็น

เห็นแล้วก็ให้นึกถึงบ้านเราที่เข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้งเต็มตัวว่า จะมีสักครั้งไหมที่นักการเมืองเห็นและแก้ไขข้อเสียของตัวเองได้สักครั้ง อย่างที่คนผู้ทรงเกียรติและมีปัญญา ควรจะเป็น