พบน้ำเปื้อนรังสีรั่วลงทะเลอีก

วันที่ 13 พ.ค. 2554 เวลา 07:24 น.
เทปโคชี้ต้นตอมาจากเตา3เจอซีเซียมสูง1.8หมื่นเท่า

วิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่นยังมืดมน ล่าสุดพบน้ำเปื้อนกัมมันตรังสีรั่วลงทะเลอีก

บริษัท โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ (เทปโค) ผู้ดำเนินกิจการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อวันที่ 11มี.ค.ที่ผ่านมา รายงานว่าพบปัญหาเพิ่มเติม หนึ่งในนั้นคือพบการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากเตาปฏิกรณ์ออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกอีกครั้ง

รายงานล่าสุดนี้ มีขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่สามารถกลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในอาคารเตาหมายเลข 1 ได้อีกครั้ง และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์กลับเข้าสู่ภาวะมีเสถียรภาพ ด้วยการวางแผนปิดเย็นเตาปฏิกรณ์ในช่วงเดือน ต.ค.ม.ค.

เทปโค ระบุว่า จากการวัดปริมาณกัมมันตรังสีระลอกล่าสุดในสัปดาห์นี้ พบว่าน้ำที่ปล่อยเข้าสู่ถังแรงดันมีการรั่วไหลออกสู่ภายนอกอย่างรวดเร็ว โดยเทปโคเชื่อว่าน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีนี้รั่วไหลลงสู่ทะเลผ่านทางช่องคอนกรีตใกล้กับเตาปฏิกรณ์หมายเลข 3

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเทปโคได้ระดมฉีดน้ำราว 7 ตันต่อชั่วโมงเข้าไปในถังความดันในเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 และมีแผนปล่อยน้ำให้ท่วมบ่อบรรจุแท่งเชื้อเพลิง เพื่อทำให้อุณหภูมิของทั้งระบบเย็นลงให้ได้ โดยการฉีดน้ำเพื่อลดอุณหภูมิเตาปฏิกรณ์นี้ก่อให้เกิดน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจำนวนมหาศาลรั่วไหลลงสู่มหาสมุทร

ขณะเดียวกันวันที่ 12 พ.ค. เทปโค เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบตัวอย่างน้ำทะเลใกล้ๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ พบว่ามีการปนเปื้อนของสารซีเซียม 134 สูงกว่าระดับที่กำหนดถึง 1.8 หมื่นเท่า พร้อมกันนี้ยังชี้ว่า วิธีที่จะหยุดยั้งการรั่วไหลดังกล่าวได้คือ การเทปูนปิดช่องคอนกรีตดังกล่าว

นอกจากนี้ วันเดียวกันมีรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้เลื่อนกำหนดการเปิดเผยแผนการให้ความช่วยเหลือเทปโคในการจ่ายค่าชดเชยให้กับเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนิวเคลียร์ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง ต้องการให้มีการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนดังกล่าว ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้วในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 13 พ.ค.ก่อน