แผ่นดินไหวสเปน ปลุกลัทธิคลั่งโลกแตก

วันที่ 13 พ.ค. 2554 เวลา 07:23 น.
เหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ล่าสุดที่สเปน แรงสุดในรอบ 50 ปี ก่อกระแสวันสิ้นโลก

เหตุการณ์แผ่นดินไหวสองครั้งซ้อน โดยมีความรุนแรงขนาด 4.4 และ 5.1 ริกเตอร์ ในสเปน เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปประมาณ 10 กม. ใกล้กับเมืองลอว์กา ทางตอนใต้ของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 130 คน ได้ก่อให้เกิดกระแสตื่นตัววาระสุดท้ายของโลกลุกลามทั่วกรุงโรม ประเทศอิตาลี

ทั้งนี้ ก่อนหน้าเหตุแผ่นดินไหวในสเปนราฟาเอล เบนดันดี นักแผ่นดินไหววิทยาชาวอิตาลี ซึ่งได้ล่วงลับไปแล้ว ได้ทำนายไว้ว่าอิตาลีจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ให้กับกรุงโรม ในวันที่ 11 พ.ค. ส่งผลให้ชาวอิตาลีส่วนใหญ่ที่เชื่อมั่นในคำทำนายดังกล่าว ต่างพากันปิดร้าน หรือลางานเพื่อโยกย้ายหลบไปอยู่แถบต่างจังหวัด ขณะที่ชาวเมืองอีกส่วนหนึ่งซึ่งไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ต่างเตรียมหาอุปกรณ์ เช่น หมวกกันน็อกมาสวมป้องกันตัว

แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ชาวอิตาลีหวั่นเกรงนั้นกลับเกิดขึ้นที่ประเทศสเปนแทน

เหตุการณ์แผ่นดินไหวในสเปนเมื่อวันที่ 11 พ.ค.นี้ ถือได้ว่ามีความรุนแรงและทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบ 50 ปี อีกทั้งยังส่งผลให้อาคารเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศถล่มราบ ขณะที่ประชาชนในเมืองต่างวิ่งหนีออกมารวมตัวกันอยู่ในที่โล่งเพื่อความปลอดภัย และต้องนอนอยู่ด้านนอกอาคารตลอดทั้งคืน โดยแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ถึงกรุงมาดริด เมืองหลวงของประเทศ

คำทำนายของเบนดันดีถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวอิตาลี เนื่องจากถูกถ่ายทอดและถกเถียงผ่านตามสื่อต่างๆ อย่างอินเทอร์เน็ต วิทยุ และโทรทัศน์ในประเทศเป็นเวลาร่วมเดือนแล้วก่อนเกิดเหตุ

ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เป็นไปตามคำทำนายยิ่งก่อให้เกิดกระแสความเชื่อต่อคำทำนายของเบนดันดีถึงเหตุแผ่นดินไหวในอิตาลี เช่นเดียวกันกับที่บันทึกทางศาสนาของยิว และปฏิทินชนเผ่ามายันที่ได้ระบุคำทำนายวาระสุดท้ายของโลก

อย่างไรก็ตาม เดวิด ชาเฟอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านตำนานท้องถิ่น กล่าวว่า นิทานปรัมปราเรื่องแผ่นดินไหวของอิตาลีแตกต่างออกไป เนื่องจากถูกเสริมเติมแต่งมาจากความหวาดกลัวในใจคนเป็นหลัก

ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันพลเรือนของอิตาลีต่างพยายามหามาตรการเพื่อทำให้กระแสตื่นกลัวสงบลง โดยให้ข้อมูลกับประชาชนเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าความเชื่อดังกล่าวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเหตุบังเอิญเท่านั้น และได้เปิดสายด่วนบริการฟรีเพื่อให้ประชาชนมาสอบถามข้อมูลได้ตลอด

เช่นเดียวกันกับที่สถาบันธรณีฟิสิกส์ของอิตาลีได้ออกมายืนยันว่า ไม่มีเครื่องมือชนิดใดสามารถทำนายการเกิดเหตุแผ่นดินไหวได้อย่างแม่นยำ แต่อิตาลีก็จำเป็นต้องเตรียมการรับมือกับเหตุแผ่นดินไหวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา

ขณะเดียวกัน เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มแฟมิลี เรดิโอ ซึ่งเป็นเครือข่ายผู้นับถือศาสนาคริสต์จากสหรัฐ ได้ออกมาเดินขบวนตามท้องถนนในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเผยแพร่คำทำนายที่มีบัญญัติไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า วันสิ้นโลกกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ โดยอาสาสมัครของกลุ่มต่างระบุว่า วันสิ้นโลกคือวันที่ 21 พ.ค. ซึ่งจะเป็นเวลาหลังจากที่พระอาทิตย์ได้ลับขอบฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ฮาโรล์ด แคมปิง หัวหน้ากลุ่ม กล่าวว่า วันสิ้นโลกนี้มาจากการคำนวณและถอดรหัสตัวเลขจากเรื่องน้ำท่วมโลกที่ระบุไว้ในคัมภีร์ไบเบิล โดยอาศัยสูตรทางคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่แคมปิง และกลุ่มแฟมิลี เรดิโอ เชื่อว่าพระเจ้าได้ทรงบอกใบ้ไว้ให้เพื่อให้มนุษย์ถอดรหัสออกมา

หลังจากที่คำทำนายวันสิ้นโลกของกลุ่มแฟมิลี เรดิโอ ในครั้งแรกซึ่งระบุว่าตรงกับเดือน ก.ย. ในปี 2537 ไม่เป็นไปตามนั้น ในครั้งนี้แคมปิงมั่นใจว่าเหตุการณ์วาระสุดท้ายของโลกจะเกิดขึ้นภายในปี 2554 แน่นอน

อย่างไรก็ตาม ประชากรชาวคริสเตียนในฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่ไม่ใคร่จะใส่ใจกับคำทำนายสักเท่าไรนัก

ด้าน ศ.เกราร์โด ลานูซา ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์ และศาสนวิทยา จากมหาวิทยาลัยแห่งฟิลิปปินส์ กลับเห็นว่า วันตัดสินโลก (Judgement Day) ไม่มีทางเกิดขึ้นในวันที่ 21 พ.ค.นี้แน่นอน

ทั้งนี้ ศ.ลานูซา มองว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มแฟมิลี เรดิโอ เป็นผลพวงจากบรรยากาศความไม่มั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม กระแสตื่นวันสิ้นโลกไม่ได้จำกัดอยู่ที่ฟิลิปปินส์หรืออิตาลีเท่านั้น ล่าสุดกระแสข่าวลือดังกล่าวได้ลุกลามไปยังประเทศจีน หลังจากที่มีผู้พบเห็นคางคกตัวเล็กจำนวนมากออกมากระโดดตามท้องถนนในเมืองทางตะวันออกของประเทศ แต่นักวิชาการจีนออกมาระบุว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ในช่วงหลังฤดูผสมพันธุ์ของคางคก

แม้ว่ากระแสวันสิ้นโลกซึ่งกำลังเป็นที่ตื่นตัวในหลายประเทศทั่วโลกจะเป็นเรื่องที่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายออกมาระบุว่าเป็นเพียงแค่กระแสข่าวลือ และมีระดับความน่าเชื่อถือต่ำ แต่ทว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวในสเปนได้กลายเป็นชนวนตอกย้ำให้กระแสวันสิ้นโลกตื่นตัวลุกลามมากยิ่งขึ้น

ซึ่งแม้ว่าหลายฝ่ายจะยืนยันว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำนายได้ แต่เอเอฟพีรายงานว่า ลูอิส ซูอาเรซ นักแผ่นดินไหววิทยาและประธานวิทยาลัยภูมิศาสตร์ของประเทศได้เคยออกคำเตือนไว้แล้วก่อนหน้านี้ในช่วงวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับทางยูโรปา เพรส สำนักข่าวสเปน โดยระบุว่ามีความเป็นไปได้มากที่สเปนจะเผชิญหน้ากับเหตุแผ่นดินไหวในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากสเปนอยู่ในเขตแผ่นดินไหว

ทั้งนี้ ซูอาเรซ ย้ำว่า ปัจจุบันไม่มีเครื่องมือใดๆ สามารถทำนายการเกิดเหตุแผ่นดินไหวได้อย่างแม่นยำ ซึ่งการคาดการณ์ที่ผ่านมาอาศัยข้อมูลทางสถิติเป็นตัวคำนวณเท่านั้น โดยทางสถิติแล้วสเปนจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ทุกๆ 70 ปี และครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 1884 คร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 900 คน