เขมรโวยไทยละเมิดข้อตกลง

  • วันที่ 07 พ.ค. 2554 เวลา 08:13 น.

ฮอร์นัมฮง โพล่ง กลางเวทีรมต.ต่างประเทศอาเซียน ไทยไม่ทำตามข้อตกลง ทำให้ต้องปะทะกัน  กษิต ยัน พร้อมเจรจาทวิภาคีกับเขมร ด้าน อินโดเผย ไทย-เขมรยอมรับคณะผู้สังเกตการณ์แล้ว ขณะที่ บรรดาผู้นำชาติสมาชิกอาเซียนทยอยเดินทางถึงกรุงจาการ์ตา

นายกรัฐมนตรีเหวียน เติ๋ง สุง ของเวียดนาม นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ผู้นำมาเลเซีย และประธานาธิบดีเบนินโญ อาคิโน ของฟิลิปปินส์ เป็นผู้นำประเทศคนแรกๆ ที่เดินทางถึงกรุงจาการ์ตา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันนี้

ด้านนายมาร์ตี นาตาเวกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย แถลงว่า ที่ประชุมจะมีการหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าการติดตามผลการลงนามในปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ที่ชาติสมาชิกอาเซียนลงนามกับทางการจีนตั้งแต่ปี 2545 รวมถึงหารือเกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้เกิดการปะทะนาน 12 วัน มีผู้เสียชีวิต 18 คน และชาวบ้านกว่า 50,000 คน ต้องอพยพออกจากพื้นที่ปะทะ

ทั้งนี้ประเด็น ปัญหาไทย-กัมพูชากลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสื่อนานาชาติที่เดินทางมาทำข่าวการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 18 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยนายมาร์ตี้ นาตาเวกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ได้หารือกับนายฮอ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาในช่วงสายราว 35 นาที จากนั้นในช่วงบ่ายได้หารือกับนายกษิตราว 40 นาทีท่ามกลางผู้สื่อข่าวนับร้อยที่รอทำข่าวอย่างใกล้ชิด

นายมาร์ตี้ให้เปิดเผยภายหลังหารือกับนายกษิตว่า ขณะนี้ถือว่าการหารือในเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ (ทีโออาร์) ของการส่งคณะผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียได้ข้อยุติแล้วซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ ที่ยังเหลืออยู่คือจะส่งทีมลงพื้นที่ได้เมื่อใดโดยประเด็นหลักคือการสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการส่งคณะผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียเข้าไป ซึ่งในเรื่องนี้ไทยและกัมพูชาต่างก็มีความเห็นของตนเอง ภายในวันสองวันนี้ตนจะหารือกับรัฐมนตรีทั้งสองต่อไปเพื่อหาจุดที่เหมาะสมเกี่ยวกับการสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยให้มีการส่งคณะผู้สังเกตการณ์เข้าไปได้ซึ่งหวังว่าจะทำได้ในเร็วๆ นี้ไม่ใช่ล่าช้าออกไป

"เหนือสิ่งอื่นใดทั้งไทยและกัมพูชาต่างก็ทราบว่ากระบวนการทางการเมืองและการเจรจาทางการทูตจะต้องดำเนินไปควบคู่กับการดำเนินการในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก)"นายมาร์ตี้กล่าว

เมื่อถามว่าแต่กัมพูชาไม่รับเงื่อนไขของไทยที่ต้องการให้มีการถอนทหารก่อน นายมาร์ตี้กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นของตนเอง ตนจึงเลี่ยงที่จะใช้คำว่าถอนหรือไม่ถอนทหาร และพูดเพียงว่าต้องมีการสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยก่อนที่อินโดนีเซียจะส่งทีมผู้สังเกตการณ์เข้าไป เพราะเราต้องการให้การเข้าไปได้รับการต้อนรับด้วยดี อย่างไรก็ดีตนเห็นว่าการถอนทหารเป็นประเด็นที่สามารถไปหารือกันได้ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี)ไทย-กัมพูชา ซึ่งหวังว่าจะสามารถประชุมกันได้ในเร็ววันนี้ ทั้งนี้คณะผู้สังเกตการณ์ที่เข้าไปมีจำนวนไม่มาก ไม่ได้เข้าไปทำอะไรนอกจากสังเกตการณ์ และเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่ามีฝ่ายที่สามที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทั้งสองประเทศ

"เราไม่จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาทุกปัญหาเพื่อให้บรรลุผลในเป้าหมายหนึ่ง แต่ควรต้องค่อยๆทำทีละก้าว เพราะหากมุ่งหวังให้ทุกอย่างสำเร็จได้ในคราวเดียวก็คงไม่ไปถึงไหน แต่การปะทะกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าความล่าช้าไม่ใช่ไม่เกิดผลกระทบ แต่หมายถึงการเพิ่มความตึงเครียดซึ่งเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง"นายมาร์ตี้กล่าว

 

ด้าน นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่ กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย  ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้า ความร่วมมือใน 5 ด้าน คือ พลังงาน อาหาร ภัยพิบัติ การก่อการร้าย และโรคภัยไข้เจ็บ  และในระหว่างการประชุม นายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ได้พยายามนำเรื่องปัญหาข้อพิพาท ระหว่างไทยกับกัมพูชา พูดในเวทีการประชุม โดยอ้างว่า ไทยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ขณะที่ ไทย ได้แย้งผ่านประธานอาเซียน ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม   ทำให้ ประธานอาเซียน สั่งให้ยุติเรื่องไทย-กัมพูชา ลงเนื่องจากไม่ได้อยู่ในวาระการประชุม ขอยืนยันว่า ไทยพร้อมทุกเวทีที่จะมีการพูดคุยในระดับทวิภาคี

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ