ก่อการร้ายยังไม่ตาย สาวกบิน ลาเดนพร้อมลุย

วันที่ 03 พ.ค. 2554 เวลา 07:14 น.
สหรัฐเตรียมตัวรับมือกับเหตุก่อการร้าย หลังสังหาร โอซามา บิน ลาเดน ผู้นำเครือข่ายอัลกออิดะห์ได้สำเร็จ

บรรดาสมุนเครือข่ายเดินหน้าล้างแค้น เตรียมก่อเหตุทำลายล้างครั้งสำคัญ

ทันทีที่กลุ่มหัวรุนแรงทั่วโลกทราบข่าวการเสียชีวิตของ โอซามา บิน ลาเดน มีรายงานข่าวว่า กลุ่มเคร่งศาสนาหัวรุนแรงได้ประกาศหมายหัวผู้นำสหรัฐ พร้อมเตรียมชำระแค้นให้กับ บิน ลาเดน ขณะที่อีกกลุ่มหัวรุนแรงอีกหลายกลุ่มยังเฝ้าภาวนา ไม่ให้ข่าวการเสียชีวิตเป็นเรื่องจริง

“โอ พระเจ้า ขอให้ข่าวนี้ไม่เป็นความจริง ขอพระเจ้าสาปแช่ง โอบามา โอ ชาว อเมริกัน ข้ายังสามารถบั่นศีรษะของเจ้าได้โดยชอบธรรม” สำนักข่าว รอยเตอร์ส อ้างข้อความที่โพสต์ในฟอรัมออนไลน์ของเว็บไซต์ภาษาอารบิกแห่งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มีความพยายามปิดฟอรัมแสดงความเห็นหลายเว็บไซต์ เพื่อป้องกันความเห็นที่รุนแรง ทว่า ความพยายามดังกล่าวไม่เป็นผลมากนัก

ทั้งนี้ ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้กล่าวในภายหลังการประกาศถึงชัยชนะต่ออัลกออิดะห์ว่า ไม่ต้องสงสัยแต่อย่างใดว่าอัลกออิดะห์จะเดินหน้าโจมตีสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสหรัฐจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวและระวังสูงสุด

ก่อนการบุกถล่ม บิน ลาเดน เมื่อคืนวันอาทิตย์ตามเวลาในสหรัฐที่ผ่านมานั้น บรรดาแกนนำระดับสูงของเครือข่ายถูกสังหารเสียชีวิตจากการเปิดฉากถล่มอย่างต่อเนื่องของเครื่องบินล่องหนของสหรัฐในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของอัฟกานิสถาน

เซธ โจนส์ อดีตเจ้าหน้าที่กลาโหมของสหรัฐ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในเรื่องกองกำลังอัฟกานิสถานให้ความเห็นว่า การสังหาร บิน ลาเดน ในครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการก่อการร้ายต่อต้านสหรัฐจะจบลงไปในทันทีทันใด เพียงแต่บทบาทของศูนย์บัญชาการของเครือข่ายในปากีสถานนั้น จะถูกลดความสำคัญลงไปเท่านั้น

“บทบาทของปากีสถานในฐานะของความเป็นศูนย์กลางเครือข่ายอาจจะลดลง ขณะที่สาขาของเครือข่ายในเยเมน และที่อื่นๆ จะเริ่มมีบทบาทขึ้นแทนที่” โจนส์ กล่าว

ทั้งนี้ อัลกออิดะห์มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะในเยเมนที่มีความเคลื่อนไหวอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งอัลกออิดะห์ยังเป็นพันธมิตรกับเครือข่ายก่อการร้ายอื่นๆ เช่น เครือข่ายลัชกาอีไตบา และกลุ่มกบฏตาลีบัน ที่กำลังเพิ่มภัยคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ และมีส่วนร่วมในแผนก่อการโจมตีสหรัฐถี่ครั้งมากขึ้น

โจนส์ กล่าวด้วยว่า บรรดาสาวกที่สืบทอดอำนาจจาก บิน ลาเดน จะยิ่งเดินหน้าก่อความรุนแรง และเกณฑ์สมาชิกใหม่ให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อลบภาพลักษณ์ของความอ่อนแอของเครือข่ายลง และเพื่อดึงดูดบรรดากลุ่มที่เห็นอกเห็นใจให้หันมาร่วมแนวทางเดียวกันมากขึ้น

ด้านโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางทหารเหนียวแน่นของสหรัฐ ให้ความเห็นว่า สงครามต่อต้านก่อการร้ายจะยังดำเนินต่อไป และเป็นเรื่องเร่งด่วนเช่นเดิมแม้ว่าจะสังหาร บิน ลาเดน ได้แล้วก็ตาม

แบลร์ กล่าวว่า การเสียชีวิตของ บิน ลาเดน นั้น แม้ว่าจะเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ แต่การที่จะนำตัวผู้ก่อการร้ายขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ทั้งหมดนั้น ก็จะต้องดำเนินต่อไปไม่ว่าจะยาวนานเพียงใดก็ตาม ทั้งนี้ แบลร์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ในช่วงที่สหรัฐประสบกับเหตุวินาศกรรม 9/11 และต่อมา อังกฤษก็ประสบเหตุก่อการร้ายเครือข่ายรถไฟใต้ดิน เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2548