ไม่คึก

วันที่ 24 มี.ค. 2554 เวลา 08:34 น.
หลังจากถล่มลิเบียมาได้ครึ่งสัปดาห์ ดูเหมือนว่าท่าทีของสหรัฐต่อปฏิบัติการครั้งนี้ดูจะไม่เหิมเกริม ดูเหี่ยวๆ อย่างไรพิกล น่าสนใจครับถ้าจะมองว่าทำไม

ประการแรก ก็ต้องบอกว่า เพราะแม้ว่ารัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันนี้ พรรครีพับลิกันจะครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาไปแล้ว แต่ทว่าตัวผู้นำก็ยังคงเป็น บารัก โอบามา สายเลือดจากเดโมแครต ที่ไม่มีนโยบายสนับสนุนการทำสงคราม

อาจจะบอกได้ว่าที่ต้องเปิดการรบนั้น เพราะสถานการณ์มันพาไปจริงๆ สหรัฐก็ยังต้องแสดงบทบาทเป็นผู้นำในสหประชาชาติอยู่วันยังค่ำ

ประการที่สอง ฐานะทางเศรษฐกิจของสหรัฐในวันนี้ต่างจากช่วงก่อนระเบิดสงครามอิรักเมื่อปี 2003 ที่ในครั้งนั้นสหรัฐมีเงินเหลือกินเหลือใช้ อดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ล้างผลาญเงินไปกับสงครามได้เต็มที่

แต่สหรัฐในวันนี้เหมือนกับเศรษฐีตกยากที่กำลังยืนขายแซนด์วิชอยู่ข้างถนน กำลังรอเก็บเงินเก็บทองสร้างฐานะขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สงครามดำเนินไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ กระแสต่อต้านจากภายในประเทศของสหรัฐเองก็เริ่มระงมหนักขึ้นทุกวัน ว่าเอางบประมาณไปผลาญโดยไม่จำเป็นทำไม

ประการที่สาม แรงจูงใจในการทำสงครามน้อยกว่าเมื่อครั้งสงครามอิรักมาก

ในอิรัก บ่อน้ำมันเป็นของ ซัดดัม ฮุสเซน และพรรคพวก ยังไม่มีต่างชาติเข้าไปเป็นเจ้าของมากมายนัก การบุกเข้าไปย่อมจะคุ้มกว่า

แต่สำหรับลิเบีย บ่อน้ำมันต่างๆ นั้นมีต่างชาติดำเนินการอยู่แล้วครับ ซึ่งก็คือบริษัทของชาติต่างๆ ในโลกตะวันตก ไม่ว่าจะอิตาลี หรืออังกฤษ หรือฝรั่งเศส ก็มีธุรกิจน้ำมันในลิเบียอยู่แล้ว

โดยที่ โมอัมมาร์ กัดดาฟี เหมือนเป็นแค่พ่อค้าคนกลางคอยเก็บเงินล่ำซำอยู่แล้ว ลิเบียได้รายได้จากการขายน้ำมันก็เก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเองและพรรคพวก ทำให้สถานะของลิเบียเข้าทำนองรวยกระจุก จนกระจาย

การตัดสินใจเข้าทำสงครามครั้งนี้ของสหรัฐ จึงไม่มีแรงกระตุ้นพอเหมือนในอิรักเท่าไหร่ ซึ่งเห็นได้ชัดครับว่าสหรัฐได้ย้ำมาตลอดว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะไม่นาน และผ่านจุดสูงสุดไปแล้วตั้งแต่วันแรกๆ

อีกทั้งสหรัฐพยายามจะโอนการควบคุมปฏิบัติการนี้ไปให้องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต แทนอีกด้วย ซึ่งก็เข้าทำนองอยากให้ยุโรป ซึ่งมีผลประโยชน์น้ำมันในลิเบียมากที่สุด มาโอนรับงานไปให้เสร็จๆ

สงครามครั้งนี้เราจึงได้เห็นการปรากฏของกองทัพ และฝูงบินจากชาติพันธมิตรในยุโรปมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจากฝรั่งเศส อิตาลี และอังกฤษ

ส่วนสหรัฐก็ทำหน้าที่ในฐานะผู้นำสหประชาชาติ ผู้นำโลก และเป็นไปตามหน้าที่ของผู้ที่ต้องปกป้องสิทธิมนุษยชนในลิเบียเท่านั้นละครับ