อย่าเงียบ

วันที่ 18 มี.ค. 2554 เวลา 08:04 น.
เหมือนว่าวิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นที่อุบัติขึ้นครั้งนี้ ข้อมูลจากญี่ปุ่นและตะวันตกปรากฏออกมาอย่างแตกต่างในหลายเรื่อง

โดยเฉพาะจาก 3 มหาอำนาจนิวเคลียร์รายใหญ่ของโลกก็คือ สหรัฐ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่นเอง

อย่างแรก ญี่ปุ่นประกาศให้วิกฤตนิวเคลียร์ครั้งนี้อยู่ในระดับ 5 เท่านั้น ซึ่งหมายถึงเกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสีที่ส่งผลกระทบในพื้นที่โดยรอบโรงปฏิกรณ์ไดอิชิ ที่ฟูกุชิมาเท่านั้น

ญี่ปุ่นประกาศอพยพประชาชนในรัศมี 20 กิโลเมตรจากโรงปฏิกรณ์ และในรัศมี 30 กิโลเมตร ให้ปิดบ้านเรือนให้มิดชิด ไม่ควรออกนอกบ้าน

แต่ในขณะเดียวกัน วันก่อนหน้านี้ก็ตรวจพบกัมมันตรังสีปนเปื้อนอยู่ในระดับสูงกว่าปกติในหลายๆ เมือง รวมทั้งกรุงโตเกียว แต่เป็นในช่วงเวลาที่ไม่คงที่ คือมาๆ หายๆ ครับ แต่กระนั้นก็ทำให้หลายประเทศขอให้ประชาชนของตัวเองหนีออกมาจากกรุงโตเกียวกันแล้ว

ขณะที่ท่าทีของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์อันดับ 2 รองจากสหรัฐ ดูเหมือนว่าจะมีท่าทีซีเรียสหนักกว่าเพื่อน ตั้งแต่ช่วงวันแรกๆ ก็แนะให้คนฝรั่งเศสออกจากกรุงโตเกียว และอพยพไปทางตอนใต้ของญี่ปุ่นแทน เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีอุตสาหกรรม นายเอริก เบสซง ถึงกับออกมาบอกว่าหากวิกฤตจริงๆ กัมมันตรังสีจะมาถึงโตเกียวในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

และเมื่อวันอังคาร ฝรั่งเศสก็ยกระดับอันตรายของวิกฤตครั้งนี้ขึ้นสู่ระดับ 6 จากทั้งหมด 7 ระดับ เป็นรองแต่เหตุการณ์นรกที่โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์เชอร์โนบิลในยูเครนเท่านั้น

เมื่อวันพุธ นายเอริก เบสซง คนเดิม ก็ออกมาบอกอีกว่า เห็นได้ชัดว่าญี่ปุ่นเริ่มไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งในวันเดียวกันนั้น บริษัทการไฟฟ้าญี่ปุ่นสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ทั้งหมดหนีออกมาจากโรงปฏิกรณ์ เพราะระดับกัมมันตรังสีพุ่งสูงขึ้นจนถึงระดับอันตรายบริเวณรอบๆ เตา

และเมื่อวานนี้มาถึงคิวของมหาอำนาจนิวเคลียร์อันดับ 1 ของโลก นายเกรกกอรี จักซ์โก ผู้อำนวยการคณะกรรมการกำกับดูแลนิวเคลียร์ของสหรัฐ แถลงต่อสภาคองเกรสถึงสถานการณ์โรงนิวเคลียร์ไดอิชิ ว่า ไม่มีน้ำซึ่งทำความหล่อเย็นในอ่างเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้ว ซึ่งส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสีออกมาในปริมาณมาก

และวันเดียวกันนั้นแหละครับ ที่สหรัฐออกประกาศเตือนให้ชาวอเมริกันออกห่างจากโรงปฏิกรณ์ในระยะรัศมีถึง 80 กิโลเมตร ถือเป็นการสวนหมัดออกไปใส่ญี่ปุ่นตรงๆ ที่ยังให้ประชาชนในรัศมี 30 กิโลเมตรอยู่แต่ในบ้าน ยังไม่ประกาศให้อพยพออกมา

และก็ในวันนั้นเองที่ญี่ปุ่นตัดสินใจนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นทิ้งน้ำทะเลใส่โรงปฏิกรณ์ เป็นทางเลือกแบบไม่มีทางเลือกอื่นๆ แล้ว

ดูเหมือนฝรั่งจะรู้อะไรลึกๆ ในสิ่งที่ญี่ปุ่นไม่บอกให้ชาวโลกรับรู้อย่างไรพิกลครับ