น้ำมันดิบปิดพุ่ง 3.44 ดอลล์

วันที่ 18 มี.ค. 2554 เวลา 06:38 น.
สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นเหนือระดับ 101 ดอลลาร์/บาร์เรล จากวิกฤตตะวันออกลาง

สัญญาน้ำมันดิบ NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 3.44 ดอลลาร์ หรือ 3.51% ปิดที่ 101.42 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 96.60-101.99  ดอลลาร์

ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 6.77 เซนต์ ปิดที่ 3.0649 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 10.69 เซนต์ ปิดที่ 2.9506 ดอลลาร์/แกลลอน

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอนส่งมอบเดือนพ.ค.พุ่งขึ้น 4.30 ดอลลาร์ หรือ 3.89% ปิดที่ 114.90 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบทะยานขึ้นทันทีที่มีรายงานว่า สหรัฐพยายามกกดดันให้สหประชาชาติอนุมัตการโจมตีทางอากาศในลิเบีย ในขณะที่ลิเบียประกาศว่าจะตอบโต้ทันทีถ้าหากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอนุมัติการใช้มาตรการทางทหาร

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า กองกำลังทหารบาห์เรนได้กวาดล้างกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงนิกายชีอะห์ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะไร้เสถียรภาพในตะวันออกกลาง เนื่องจากบาห์เรนตั้งอยู่ห่างจากชายแดนซาอุดิอาระเบียเพียง 25 กิโลเมตรเท่านั้น และสถานการณ์ตึงเครียดในบาห์เรนอาจส่งผลให้เกิดการแตกแยกระหว่างชาวมุสลิมนิกายซุนหนี่และชีอะห์ในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้มีรายงานว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงของเยเมนใช้อาวุธหนักโจมตีกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 84 คน และชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในซาอุดิอาระเบียได้พากันชุมนุมประท้วงเพื่อสนับสนุนชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในบาห์เรน และยังเรียกร้องให้ซาอุดิอาระเบียถอนทหารออกจากบาห์เรนด้วย

ตลาดน้ำมัน NYMEX ได้แรงหนุนการคาดการณ์ที่ว่า ญี่ปุ่นจะเพิ่มการนำเข้าเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการบรูณะฟื้นฟูประเทศหลังจากเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยเมื่อวานนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่แล้วร่วงลง 16,000 ราย สู่ระดับ 385,000 ราย ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ร่วงลง 7,000 ราย แตะระดับ 386,250 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี และสะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดแรงงานในสหรัฐ

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐปรับตัวลดลง 0.1% ในเดือนก.พ. ส่วนอัตราการใช้กำลังผลิตในเดือนก.พ.ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 76.3% เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในหลายพื้นที่ทำให้โรงงานหลายแห่งชะลอการผลิต