อาหรับส่อนองเลือดหนักรัฐสลายม็อบ กราดยิงผู้ชุมนุม

วันที่ 18 ก.พ. 2554 เวลา 11:55 น.
ตะวันออกกลางนองเลือด รัฐบาลส่งกองกำลังสลายการชุมนุม รวมถึงม็อบชนม็อบ ปะทะผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในบาห์เรน ลิเบีย และอิรัก จนเสียชีวิต

การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในบาห์เรนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อตำรวจบุกเข้าไปยังจัตุรัสไข่มุก หรือ Pearl Square ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มผู้ประท้วงใจกลางกรุงมานามา เพื่อยุติการชุมนุมที่ยืดเยื้อย่างเข้าวันที่ 4 ยังผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง รวมยอดผู้เสียชีวิตตลอดการชุมนุม 4 วัน รวม 5 คนแล้ว

ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า กองกำลังเจ้าหน้าที่ได้บุกเข้ามาในบริเวณที่ตั้งแคมป์ของกลุ่มผู้ชุมนุม แล้วระดมยิงปืนแก๊สน้ำตา รวมถึงกระสุนจริงเข้าใส่ฝูงชน เพื่อหวังสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีมากถึง 2,000 คน โดยในจำนวนนี้รวมถึงเด็กและผู้หญิง ซึ่งใช้พื้นที่ของจัตุรัสไข่มุกเป็นที่มั่นในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเลียนแบบความสำเร็จของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลในอียิปต์ ที่ใช้จัตุรัสตาห์เรียร์ ในกรุงไคโร เป็นฐานที่มั่นหลัก

“ผมอยู่ที่นั่น ผู้ชายพากันวิ่งหนี แต่ผู้หญิงและเด็กหนีออกไปไม่ได้ง่ายๆ บางคนยังติดอยู่ในจัตุรัส ผมยืนยันได้ว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน และอีกหลายรายบาดเจ็บสาหัส” อิบราฮิม มัตตาร์ สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรคฝ่ายค้าน เผย

พยานอีกรายหนึ่งเปิดเผยในเวลาไม่นานหลังเกิดเหตุปะทะกันว่า พบรถหุ้มเกราะติดอาวุธครบครัน มุ่งหน้ามายังจัตุรัสไข่มุกอีกครั้ง ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวเอบีซี ของสหรัฐถูกอันธพาลถืออาวุธครบมือเข้าทำร้าย ระหว่างรายงานการลุกฮือของประชาชนในบาห์เรน

ทั้งนี้ บาห์เรนซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ เริ่มไม่พอใจรัฐบาลและประมุขของประเทศ ที่นับถือนิกายสุหนี่ ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเรื้อรังได้

ก่อนที่จะเกิดเหตุนองเลือดจากการสลายการชุมนุม บรรดาผู้ชุมนุมที่ปักหลัก ณ จัตุรัสไข่มุกอยู่ระหว่างการไว้อาลัยให้แก่ผู้ชุมนุมประท้วง 2 คน ซึ่งเสียชีวิตก่อนหน้านี้ จากความพยายามสลายการชุมนุมของรัฐบาล ขณะที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านของบาห์เรนเรียกร้องให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อผลักดันกระบวนการประชาธิปไตย

ขณะเดียวกันที่ลิเบียใกล้ที่จะเผชิญกับเหตุจลาจลครั้งใหญ่ หลังจากที่บรรดาเครือข่ายสังคมออนไลน์ประกาศนัดชุมนุมเพื่อต่อต้านประธานาธิบดีโมอัมมาร์ กัดดาฟี โดยเลียนแบบการรวมพลังประชาชนใน “วันแห่งการชำระแค้น” เพื่อขับไล่ผู้นำเผด็จการที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในอียิปต์และตูนิเซีย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่เครือข่ายนักเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์จะรวมตัวกัน บรรดาผู้สนับสนุนกัดดาฟีหลายร้อยคนได้รวมตัวกันในกรุงตริโปลี เมืองหลวงของลิเบีย เพื่อเตรียมเผชิญหน้ากับกลุ่มต่อต้านกัดดาฟี ทั้งยังมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน หลังจากเกิดการตะลุมบอนระหว่างฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและกองกำลังรักษาความมั่นคง ระหว่างที่คนหนุ่มสาวชาวลิเบียจำนวนหนึ่งชุมนุมกันในย่านอัลไบดา ร่วมกันร้องตะโกนขับไล่กัดดาฟี พร้อมจุดไฟเผาอาคารหลังหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสายโทรศัพท์หลายพื้นที่ของลิเบียไม่สามารถใช้การได้ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำคัญในการติดต่อผ่านเครือข่ายออนไลน์ของบรรดาผู้ต่อต้านรัฐบาล อีกทั้งล่าสุดยังมีการควบคุมตัวนักเคลื่อนไหวทางสังคม นักเขียน และสมาชิกกลุ่มต่อต้านถึง 14 คน

สถานการณ์ในอิรักเป็นไปอย่างดุเดือดเช่นกัน เมื่อตำรวจเปิดฉากกราดยิงใส่ผู้ชุมนุมประท้วงกว่า 2,000 คน ที่แสดงความไม่พอใจต่อปัญหาเศรษฐกิจและคอร์รัปชัน ในเมืองคุตของจังหวัดวาซิต ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ยังผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน พยานในที่เกิดเหตุเปิดเผยว่า ตำรวจลั่นไกยิงผู้ประท้วงหลังจากคนกลุ่มนี้พยายามบุกรุกทำลายอาคารราชการ ทั้งนี้ ยังมีชาวอิรักอีกหลายร้อยคนในเมืองบาสรา ทางตอนใต้ของอิรัก รวมตัวกันประท้วงเพื่อเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลาออกจากตำแหน่ง

ด้านสถานการณ์ในเยเมนยิ่งดุเดือดขึ้นเช่นกัน เมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีอาลี อับดุลลาห์ ซาเลห์ ยังคงปะทะกับกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลประมาณ 2,000 คน ซึ่งเดินทางจากมหาวิทยาลัยซานาอา ไปยังจัตุรัสตาห์เรียร์ ใจกลางเมืองหลวง ยังผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 12 คน และนับเป็นวันที่ 5 ที่ทั้งสองกลุ่มเข้าตะลุมบอนกัน นอกจากนี้ กระแสต่อต้านประธานาธิบดีซาเลห์ ยังลุกลามออกไปนอกเมืองหลวง โดยมีรายงานว่าชาวเยเมนนับหมื่นคนทั่วประเทศร่วมลุกฮือต่อต้านรัฐบาลเช่นกัน

ความวุ่นวายที่ส่อเค้าเหตุนองเลือดยังผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดน้ำมันสั่นคลอนอย่างหนัก จนราคาน้ำมันดิบจากแหล่งเบรนต์ทะเลเหนือ ในตลาดลอนดอน ถีบตัวขึ้นมาทะลุ 104.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดนิวยอร์กปรับขึ้นมาอยู่ที่ 84.93 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

 

บทความแนะนำ