ยังไม่จบ

วันที่ 14 ก.พ. 2554 เวลา 08:27 น.
จบสิ้นไปแล้วสำหรับการประท้วงอันยาวนาน 18 วันในประเทศอียิปต์ เมื่อประธานาธิบดี ฮอสนีมูบารัก ไม่สามารถทดแรงกดดันทั้งในบ้านและนอกบ้านได้

ต้องลงจากเก้าอี้เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ยุติอำนาจภายใต้เผด็จการทหารที่ครองมานานถึง 30 ปีลง

ในทางสัญลักษณ์ ถือว่าจบลงแล้วพร้อมชัยชนะของประชาชน

แต่ในทางปฏิบัติจริง ยังต้องดูต่ออีกนานเหมือนหนังเรื่องยาว เพราะมีหลายปัจจัยเหลือเกินที่อาจทำให้การถ่ายโอนอำนาจไม่ราบรื่นอย่างที่คาดหวัง

ประการแรก ทหารที่อยู่เบื้องหลังการเมืองอียิปต์มาตลอดนับหลายสิบปี ชนิดนานกว่ามูบารัก จะบริหารจัดการผลประโยชน์ของตัวเองให้ลงตัวได้อย่างไร และให้สอดคล้องได้อย่างไรกับประชาธิปไตยที่ประชาชนถวิลหา

ประการที่สอง เป็นความพยายามของสหรัฐที่ต้องเร่งมือหากลุ่มผู้นำใหม่ที่เป็นพันธมิตรสานต่อนโยบายสันติภาพตะวันออกกลางกับอิสราเอล และต้องคุมกลุ่มหัวรุนแรงไม่ให้ฉวยจังหวะเคลื่อนไหวในยามที่บ้านเมืองยังไม่ลงตัวให้ได้ เพื่อไม่ให้ปัญหาอิสราเอลปาเลสไตน์ ต้องปะทุขึ้นมาอีก

ประการที่สาม โดมิโนการประท้วงที่ลามไปยังเยเมน แอลจีเรีย และมีแนวโน้มไปยังประเทศอื่นๆ ด้วยก็เป็นเรื่องที่ต้องจับตา เพราะเสถียรภาพของตะวันออกกลางที่ครองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่าครึ่งของโลก ซึ่งต้องจับตาดูกันที่สถานการณ์ตลาดทุนและน้ำมันโลกในวันนี้ว่าจะมีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้ไปในทิศทางใด

แต่อีกประการที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็เห็นจะอยู่ที่ตัวประชาชนชาวอียิปต์เองว่าจะอดทนรอต่อการเปลี่ยนถ่ายอำนาจการปฏิรูปการเมือง และโดยเฉพาะการปฏิรูปเศรษฐกิจที่หลายคนคาดหวังถึงการกินดีอยู่ดีขึ้นได้มากน้อยเพียงใด

ทุกวันนี้มีโรงงานหลายแห่งทั่วประเทศจ่อคิวขอประท้วงขึ้นค่าแรงเต็มไปหมด อาทิ โรงงานสิ่งทอที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอัล มาฮัลลา อัลคูบรา ซึ่งมีคนงานราว 2.4 หมื่นคน ซึ่งร้องขอขึ้นค่าแรงเพิ่ม 3 เท่า!ยังไม่นับรวมบริษัทและโรงงานอื่นๆ ตามเมืองท่าคลองสุเอซอีก

อียิปต์ไม่จน แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยมาก เพราะไม่ได้มีน้ำมันเป็นบ่อเป็นอ่าวเหมือนเพื่อนบ้านบางแห่ง งบส่วนใหญ่ที่ได้บริจาคจากสหรัฐในอดีตก็ไปจมอยู่ที่กองทัพเป็นส่วนมาก รัฐบาลเฉพาะกาลและกองทัพคงต้องหาวิธีบริหารจัดการและปฏิรูปให้ดี

เพราะหลายๆ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้ทันทีที่มูบารักพ้นเก้าอี้ แต่เป็นเรื่องยากและเรื่องยาวที่ต้องค่อยๆ ตามดูกันต่อไปค่ะ