ทวงแผ่นดิน?

วันที่ 10 ก.พ. 2554 เวลา 06:54 น.
ตกกะใจไม่น้อยทีเดียวครับ หลังจากได้ยินทัศนะจากเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย นางยูออย ที่เข้าร่วมการสัมมนาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เรื่อง “สยามขะแมร์ คู่รัก คู่ชัง คู่กรรม คู่เวร”

โดย...ธนพล ไชยภาษี

ตกกะใจไม่น้อยทีเดียวครับ หลังจากได้ยินทัศนะจากเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย นางยูออย ที่เข้าร่วมการสัมมนาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เรื่อง “สยามขะแมร์ คู่รัก คู่ชัง คู่กรรม คู่เวร”

นางบอกว่า ควรจะปรับพื้นฐานความเข้าใจทางประวัติศาสตร์ในภูมิภาคนี้กันเสียใหม่ และก็บอกว่าปราสาทบายน ในจังหวัดเสียมราฐ มียอดพระปรางค์ 54 ยอด สะท้อนให้เห็นดินแดน 54 จังหวัดของเขมรโบราณ แต่ในปัจจุบันกัมพูชาเหลือเพียง 24 จังหวัด อีก 13 จังหวัดอยู่ในไทย และอีก 17 จังหวัดอยู่ในเวียดนาม

ไหนบอกว่าจะปรับความเข้าใจพื้นฐานความรู้ทางประวัติศาสตร์กันใหม่ แต่ท่านทูตกลับมาพูดเข้าทำนองทวงแผ่นดินเสียเอง...!

นอกเหนือที่จะไม่ได้ประโยชน์แก่ฝ่ายใดทั้งสิ้น แต่กลับยังนำเอาประวัติศาสตร์มาหวังผลในปัจจุบันอีก สร้างความขุ่นเคืองใจกันเปล่าๆ ผิดตำราที่สั่งสอนกันมาทั่วโลกว่า ประวัติศาสตร์ศึกษาได้ แต่อย่านำมาตัดสินปัจจุบัน!

แต่จะว่าไป ที่ท่านทูตว่ามานั้นก็เป็นส่วนถูก ดินแดนอาณาจักรเขมรโบราณกว้างใหญ่ไพศาล ศิลปะเขมรพบได้ทั่วไปในประเทศไทย ตั้งแต่สุโขทัย ลพบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี

สมัยโบราณไม่มีคำว่า “รัฐชาติ” ที่มีเขตแดนแน่นอน มีแต่อาณาจักรโบราณที่มีเขตแดนไม่ชัดเจน

เหมือนกับแสงเทียนที่แรงที่สุดก็คือศูนย์กลางอำนาจ และเมื่อไกลออกไป แสงที่แผ่ออกไปก็อ่อนลงไปเรื่อยๆ นั่นคือขอบเขตอำนาจที่ยิ่งไกลยิ่งไม่ชัดเจน

แสงเทียนของอาณาจักรเขมรโบราณเคยแผ่ขยายเข้ามาถึงพื้นที่หลายจุดที่เป็นไทยปัจจุบัน เช่น บริเวณอีสานใต้ เป็นต้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่บริเวณดังกล่าวจะปรากฏโบราณสถานศิลปะเขมรอยู่เรียงรายเป็นกลุ่มๆ รวมถึงปราสาทพระวิหารนั่นด้วย

แต่เมื่อฝรั่งได้นำความคิดความเป็น “รัฐชาติ” เข้ามาในศตวรรษที่ 18 รัฐแบบใหม่ต้องมีเขตแดนที่ชัดเจน ด้วยการยึดแนวหลักตามธรรมชาติ เช่น สันปันน้ำ แม่น้ำ เป็นต้น จึงทำให้ไทยมีเขตแดนแบบไทยในปัจจุบัน และกัมพูชาก็มีเขตแดนแบบในปัจจุบัน

นี่คือสิ่งที่ท่านทูตกัมพูชาต้องทำความเข้าใจว่าโลกสมัยใหม่ไม่ได้ยึดตามหลักอาณาจักรโบราณ จะมานั่งบอกว่ามี 13 จังหวัดเขมรอยู่ในไทย 17 จังหวัดเขมรอยู่ในเวียดนามไม่ได้ ในปัจจุบันแบบนี้ไม่ได้

ไม่เช่นนั้นไทยคงต้องไปนั่งทวงดินแดนคืนจากมาเลเซีย ไปทวงพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำโขงคืนมาจากลาวกันให้วุ่นวาย!

และที่น่าแปลกประหลาดที่สุดก็คือ คำตัดสินของศาลโลกเมื่อปี 1962 นั่นแหละครับ ปราสาทพระวิหารซึ่งอยู่บนเนินเขาฝั่งไทยที่ต่อเนื่องกัน กลับถูกตัดแหว่งให้เป็นของเขมรเสียอย่างนั้น จนเป็นปัญหามาจนถึงทุกวันนี้ เป็นการแบ่งเขตแดนที่พิกลพิการที่สุดในโลก

เพราะจะอ้างตามแบบอาณาจักรโบราณก็ไม่ใช่ ตามหลักสมัยใหม่ที่ใช้เขตแดนทางธรรมชาติ ดูยังไงๆ ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละครับ...!