โดรนตุรกีผงาด สมรภูมิยูเครนตอกย้ำบทบาทอันทรงพลัง

วันที่ 25 เม.ย. 2565 เวลา 18:00 น.
โดรนตุรกีผงาด สมรภูมิยูเครนตอกย้ำบทบาทอันทรงพลัง
ตุรกีกำลังกลายเป็นมหาอำนาจด้านโดรน บทบาทสำคัญในหลายสนามรบรวมถึงยูเครน

The National Interest เผยแพร่บทวิเคราะห์เมื่อปลายปีที่แล้ว ก่อนที่สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนจะปะทุขึ้น โดยระบุว่าตุรกีกำลังก้าวเข้ามาเป็นมหาอำนาจด้านโดรนอย่างรวดเร็ว ขณะที่ยุทโธปกรณ์ของตุรกีกำลังเพิ่มขึ้นและทรงพลังมากขึ้น ตุรกียังเป็นผู้ใช้และผู้ส่งออกโดรนติดอาวุธรายใหญ่

รายงานระบุว่าในช่วงกลางเดือนมี.ค. 2020 ตูนิเซียเซ็นสัญญาสั่งซื้อโดรน Anka-S จากตุรกีจำนวน 6 ลำ รวมถึงสถานีควบคุมภาคพื้นดิน (Ground Control Station) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่กองทัพตุรกีดำเนินการโดรนติดอาวุธหลายประเภท ประมาณ 130 ลำ รวมถึงโดรน Anka ทั้ง 5 รุ่น, โดรน Karayel และโดรน Bayraktar TB2 ด้วย โดยโดรนติดอาวุธเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อกองทัพตุรกีอย่างมาก รวมถึงมีการนำไปใช้ปฏิบัติการในอิรักและซีเรียด้วย

การขายโดรนของตุรกีสร้างความไม่พอใจให้แก่รัสเซียมานานแล้ว โดยดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าวเมื่อปลายปีที่แล้วว่าโดรนของตุรกีจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

เมื่อรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนตั้งแต่เดือนก.พ. ที่ผ่านมา บรรดาชาติตะวันตกและประเทศพันธมิตรหลายประเทศได้ให้การสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์แก่กองกำลังยูเครน รวมถึงตุรกีซึ่งได้ส่งโดรน Bayraktar TB2 ไปร่วมสมรภูมิรบในยูเครนด้วย และมีบทบาทสำคัญอย่างมากและกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการป้องกันของกองกำลังยูเครน

CNN รายงานว่าคลิปวิดีโอ Bayraktar TB2 ที่ปฏิบัติการอยู่ในยูเครนกลายเป็นไวรัลและได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ โดยโดรนดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมจากตะวันตกและยูเครนว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากในการตอบโต้การโจมตีของรัสเซีย

"ความสำเร็จของโดรนไม่ใช่แค่ความสามารถในการโจมตีกองทัพรัสเซีย แต่มันเป็นชัยชนะด้านการประชาสัมพันธ์เช่นกัน" ซามูเอล เบนเดตต์ ผู้ช่วยอาวุโสของศูนย์วิเคราะห์กองทัพเรือรัสเซียศึกษา (CNAS) กล่าว โดยเสริมว่าแม้โดรนบางลำจะถูกโจมตีโดยกองทัพรัสเซีย แต่โดรนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญโซเชียลมีเดียที่ดำเนินการโดยทหารและพลเรือนของยูเครนได้เป็นอย่างดี

"วิดีโอการโจมตีของ Bayraktar กลายเป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย และนั่นคือกำลังใจที่ดีและชัยชนะทางยุทธวิธีที่ยอดเยี่ยม"

Bayraktar TB2 ถูกใช้งานครั้งแรกในปี 2014 ปัจจุบันถูกผลิตมาแล้วมากกว่า 300 ลำ โดรนดังกล่าวมีความเร็วสูงสุด 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็ว cruising speed 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถใช้งานได้นานถึง 27 ชั่วโมง

ยิ่งไปกว่านั้น EurAsian Times ชี้ว่าดูเหมือนจะไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ใดๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติการของ Bayraktar TB2 ในยูเครน เนื่องจากวิดีโอที่ถูกดผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่า TB2 ถูกใช้ตั้งแต่เมืองเคอร์ซอน ทางตอนใต้ของยูเครน ไปจนถึงชานเมืองของเคียฟซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ

"Bayraktar" ได้รับความนิยมอย่างมาก จนตอนนี้ชาวยูเครนกำลังนำชื่อโดรนตุรกีไปตั้งเป็นชื่อสัตว์เลี้ยงของพวกเขา และเมื่อเดือนที่แล้วนายกเทศมนตรีกรุงเคียฟประกาศว่าลูกลีเมอร์ตัวแรกที่เกิดในสวนสัตว์กรุงเคียฟจะมีชื่อว่า Bayraktar ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้ทวีตรูปภาพสุนัขตำรวจในกรุงเคียฟซึ่งมีชื่อว่า Bayraktar เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม Reuters รายงานโดยอ้างข้าราชการระดับสูงของตุรกีว่ารัสเซียได้ร้องเรียนไปยังรัฐบาลตุรกีหลายครั้งเกี่ยวกับการส่งโดรนติดอาวุธ Bayraktar TB2 ให้แก่ยูเครน ขณะที่ตุรกียืนยันว่าการซื้อขายโดรนดำเนินการโดยบริษัทเอกชนในตุรกีไม่ใช่ข้อตกลงระหว่างรัฐ และการซื้อขายก็เกิดขึ้นก่อนสงครามด้วย

ดร.แคน คาซาโพกลู ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยการป้องกันศูนย์เศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศของตุรกี (EDAM) กล่าวว่านอกจากประสิทธิภาพในการโจมตีแล้ว ราคาก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้โดรนของยูเครนมีความน่าสนใจ "Bayraktar TB2 เสนอราคาที่ค่อนข้างเพอร์เฟ็กต์ เหมาะสมกับประสิทธิภาพในการต่อสู้ และราคาต่อหน่วยก็ไม่แพงเกินไป ... คู่แข่งอื่นๆ ของ TB-2 ในตลาดอาวุธมีราคาแพงกว่า และมาพร้อมกับอุปสรรคด้านระบบราชการและการเมืองในการจัดซื้อ หรือมาพร้อมกับความยั่งยืนของอุปทานที่ไม่แน่นอน"

อย่างไรก็ตาม Baykar บริษัทเอกชนผู้ผลิตโดรน Bayraktar TB2 ไม่ได้เปิดเผยราคาของโดรนดังกล่าว ทั้งนี้บริษัทได้เซ็นสัญญาซื้อขายกับอย่างน้อย 19 ประเทศ รวมถึงโปแลนด์ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และนาโต โดยส่วนใหญ่ทำสัญญาในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา

CNN ยังระบุว่าอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและการบินของตุรกีจดทะเบียนส่งออกมากกว่า 9 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุด

"นอกเหนือจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแล้ว การส่งออกยุทโธปกรณ์สำหรับการป้องกันประเทศยังเป็นพื้นฐานในการสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับประเทศผู้ซื้อด้วย" ฮาลัก เบย์รัคทาร์ ซีอีโอ Baykar กล่าว

Photo by BIROL BEBEK/AFP