ออกซ์ฟอร์ดพบเชื้อ HIV สายพันธุ์ใหม่ในเนเธอร์แลนด์
อย่างไรก็ดี ยังไม่น่าวิตกกังวลเนื่องจากวิทยาการการรักษาในปัจจุบันยังคงมีประสิทธิภาพต้านเชื้อ
สำนักข่าว AFP รายงานว่า ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพบเชื้อไวรัส HIV สายพันธุ์ใหม่ที่มีความรุนแรงมากซึ่งระบาดเงียบๆ อยู่ในเนเธอร์แลนด์มาหลายสิบปีแล้ว ทว่าการระบาดของเชื้อดังกล่าวไม่น่าวิตกกังวล เนื่องจากการรักษาสมัยใหม่ในปัจจุบันยังคงมีประสิทธิภาพอยู่
ผลการวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Science ระบุว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV สายพันธุ์วีบี (VB variant) มีปริมาณเชื้อไวรัสในกระแสเลือดสูงกว่าผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์อื่น 3.5-5.5 เท่า และยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายรวดเร็วขึ้นด้วย
อย่างไรก็ดี การวิจัยพบว่า ผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์วีบีสามารถฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันและใช้ชีวิตได้ต่อไปหลังเข้ารับการรักษาเช่นเดียวผู้ที่ติดเชื้อสายพันธุ์อื่น ๆ
คริส เวแมนต์ นักระบาดวิทยาของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและหัวหน้าทีมวิจัยเผยกับ AFP ว่า ไม่มีเหตุให้ต้องตื่นตระหนกกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้
งานวิจัยระบุอีกว่า เชื้อ HIV สายพันธุ์วีบีระบาดในเนเธอร์แลนด์ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 และต้นทศวรรษ 1990 และเริ่มระบาดน้อยลงราวปี 2010
ทีมวิจัยเชื่อว่า การระบาดของเชื้อเอชไอวีในเนเธอร์แลนด์จะไม่ทำให้เกิดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ชนิดใหม่ เนื่องจากวิทยาการการรักษาสมัยใหม่ยังคงมีประสิทธิภาพต่อเชื้อดังกล่าว และการตรวจพบเชื้อและการเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก็เป็นปัจจัยสำคัญ
งานวิจัยชิ้นนี้ยังสนับสนุนทฤษฎีที่ว่าเชื้อไวรัสสามารถวิวัฒนาการจนร้ายแรงขึ้นได้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีการตั้งสมมติฐานอย่างกว้างขวางและพบตัวอย่างในโลกแห่งความเป็นจริงเพียงไม่กี่ตัวอย่าง โดย Covid-19 สายพันธุ์เดลตาเป็นหนึ่งในนั้น
เวแมนต์เผยอีกว่า การค้นพบสายพันธุ์ใหม่ของ HIV ควร "เป็นคำเตือนว่าเราไม่ควรมั่นใจมากเกินไปที่จะพูดว่าไวรัสจะพัฒนาแล้วมีความรุนแรงน้อยลง"
งานวิจัยระบุว่า ทีมพบผู้ติดเชื้อ HIV สายพันธุ์วีบีทั้งหมด 109 คน โดยมีเพียง 4 คนที่อาศัยอยู่นอกเนเธอร์แลนด์แต่ยังคงเป็นประเทศในยุโรปตะวันตก
ทีมวิจัยยังพบว่า เชื้อ HIV สายพันธุ์วีบีมีการกลายพันธุ์กว่า 500 จุด แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าจุดไหนที่ทำให้เชื้อมีความรุนแรงขึ้น
McManus/CDC/Handout via REUTERS


