วิจัยพบใส่แมสก์ช่วยเพิ่มเสน่ห์ ดึงดูดเพศตรงข้าม

วันที่ 20 ม.ค. 2565 เวลา 11:15 น.
วิจัยพบใส่แมสก์ช่วยเพิ่มเสน่ห์ ดึงดูดเพศตรงข้าม
ทีมวิจัยจากอังกฤษพบการสวมหน้ากากอนามัยช่วยเพิ่มเสน่ห์น่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น

เว็บไซต์ The Guardian รายงานว่าทีมวิจัยจากอังกฤษพบข้อดีเล็กๆ น้อยๆ ของโควิด-19 นั่นคือการสวมหน้ากากอนามัยช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้น่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น โดยหน้ากากอนามัยทางการแพทย์แบบใช้ครั้งเดียว โดยเฉพาะสีฟ้า จะทำให้ผู้สวมใส่น่าดึงดูดมากที่สุด

ดร.ไมเคิล ลูอิส หนึ่งในทีมวิจัยจากคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ในสหราชอาณาจักร และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านใบหน้า กล่าวว่า งานวิจัยที่เคยเก็บข้อมูลก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 พบว่าการสวมหน้ากากอนามัยทำให้ความน่าดึงดูดลดลง เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับโรคหรือความเจ็บป่วย

ทีมวิจัยต้องการทดสอบว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนไปหรือไม่ เมื่อการสวมหน้ากากอนามัยกลายเป็นเรื่องปกติ และทำความเข้าใจว่าประเภทของหน้ากากอนามัยมีผลต่อความน่าดึงดูดหรือไม่

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าใบหน้าของผู้คนจะน่าดึงดูดมากที่สุดเมื่อสวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ โดยเฉพาะสีฟ้า อาจเป็นเพราะเราเคยชินกับหน้ากากประเภทนี้มากที่สุด

นอกจากนี้ยังพบว่าการสวมหน้ากากอนามัยทำให้ผู้สวมใส่อุ่นใจมากขึ้นในเวลาที่รู้สึกอ่อนแอ ขณะเดียวกันสร้างความรู้สึกในทางบวกต่อผู้พบเห็นด้วย ขณะที่ผลการวิจัยก่อนที่จะเกิดโรคระบาดพบว่าการสวมหน้ากากอนามัยทำให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกในแง่ลบว่าผู้สวมใส่มีโรค และตีตัวออกห่าง

ทั้งนี้ การวิจัยครั้งแรกได้เริ่มดำเนินการในเดือนก.พ. 2021 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชาวอังกฤษเริ่มคุ้นชินกับการสวมหน้ากากอนามัยในบางสถานการณ์

โดยทีมวิจัยให้กลุ่มตัวอย่างเพศหญิงจำนวน 43 คนให้คะแนนความน่าดึงดูดจากภาพของชายที่สวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์, หน้ากากผ้า, ใช้หนังสือสีดำปิดบังใบหน้าช่วงล่าง และไม่สวมหน้ากาก

กลุ่มตัวอย่างกล่าวว่าภาพของชายที่สวมหน้ากากผ้าน่าดึงดูดกว่าการใช้หนังสือปิดบังใบหน้าและการไม่สวมหน้ากาก แต่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์สีฟ้าน่าดึงดูดมากที่สุด

"โควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงจิตวิทยาของเรา ทัศนคติและความรู้สึกที่มีต่อการสวมหน้ากากอนามัยได้เปลี่ยนไปแล้ว เวลาเราพบเห็นผู้คนสวมหน้ากากอนามัยจะไม่คิดว่าคนนั้นมีโรคและตีตัวออกห่างเหมือนเมื่อก่อน" ดร.ลูอิสกล่าว

โดยเสริมว่ามีความเป็นไปได้ที่หน้ากากอนามัยทำให้คนดูมีเสน่ห์มากขึ้นเพราะความสนใจจะไปอยู่ที่ดวงตา

Photo by REUTERS/Tingshu Wang