บุคคลรอบโลกผู้เป็นที่สุดแห่งปี53

วันที่ 28 ธ.ค. 2553 เวลา 13:26 น.
ความร้อนแรงของปีเสือดุ นอกจากจะเต็มไปด้วยสถานการณ์ตึงเครียดในหลายพื้นที่ทั่วโลกแล้ว ก็ยังทำให้บรรยากาศของเหล่าบุคคลแห่งปี 2010 ครองพาดหัวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์....

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ความร้อนแรงของปีเสือดุ นอกจากจะเต็มไปด้วยสถานการณ์ตึงเครียดในหลายพื้นที่ทั่วโลกแล้ว ก็ยังทำให้บรรยากาศของเหล่าบุคคลแห่งปี 2010 ครองพาดหัวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์และสื่ออื่นๆ ทั่วโลกได้อย่างร้อนแรง ทั้งในแง่ความสำเร็จที่น่าจดจำ ความฉาวของข่าวคราวส่วนตัว ความล้มเหลวที่ไม่เป็นดั่งหวัง และอีกหลายห้วงเวลาที่คนทั่วโลกร่วมจดจำไปกับ 10 บุคคลแห่งปีเหล่านี้

บุคคลแห่งปีเสือดุคนแรกที่ไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จัก คือผู้นำของประเทศเพื่อนบ้าน นายกรัฐมนตรี “ฮุนเซน” แห่งกัมพูชา ที่โดดลงมาเล่นเองในข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา นายกฯ เขมรรายนี้ปั่นกระแสให้ระอุตั้งแต่ต้นปีกับแผนการนำปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเข้าสู่ศาลโลก และยังมีแผนจะเยือนปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ของไทย แม้ในที่สุดจะยกเลิกแผนไป|ก็ตาม

ในเดือน ส.ค. ปิ๊งไอเดียใหม่จะขอให้เลขาธิการ สหประชาชาติ บันคีมุน เข้าไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกับไทย ขณะที่ในเดือน ต.ค. ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างดุเดือดที่ว่า มีผู้ชุมนุมเสื้อแดงลักลอบฝึกฝนเกี่ยวกับการก่อการร้ายในเขมร แต่ท้ายที่สุดก็สามารถเผชิญหน้านั่งโต๊ะเดียวกันกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่เวียดนาม นับเป็นผู้นำประเทศที่มีสีสันจัดจ้านที่สุดคนหนึ่ง และสร้างความลำบากใจให้เพื่อนบ้านได้มากที่สุดคนหนึ่ง

สำหรับฟากนักธุรกิจรายนี้อาจต้องเรียกว่าน่าเห็นใจแห่งปี เพราะใครจะคาดคิดว่า “อาคิโอะ โตโยดะ” ประธานกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท และยังเป็นหลานปู่ผู้ก่อตั้งโตโยต้า มอเตอร์ ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นจะเผชิญวิกฤตศรัทธาการเรียกคืนรถยนต์ครั้งใหญ่ จนกลายเป็นประธานคนแรกในประวัติศาสตร์แดนปลาดิบ ที่ต้องบินไปให้การต่อคณะกรรมาธิการ คองเกรสสหรัฐ ในเดือน ก.พ. แม้ในท้ายที่สุดข่าวคราวจะทยอยเงียบลงก็ตาม

ส่วนรายนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นผู้นำประเทศที่มีข่าวคาวลงแทบลอยด์แทบทุกวันยิ่งกว่าดาราฮอลลีวูดมาแล้วตั้งแต่ปี 2009 กับหญิงสาววัยคราวลูกและนางทางโทรศัพท์ มาในปีนี้นายกรัฐมนตรีอิตาลี “ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี” นับเป็นผู้นำที่เผชิญวิบากกรรมทางการเมืองมากที่สุดคนหนึ่งในโลก โดยเจอการอภิปรายไม่ไว้วางใจถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่เดือน ก.ค. เป็นต้นมา สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลจำนวนมากจับมือกันลาออก

เคต มิดเดิลตัน / มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก / ฮุนเซน / ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี

ขณะที่ช่วงปลายปีตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. ก็ยังเจอภาคประชาชนรวมพลังเดินขบวนขับไล่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมกับข้อกล่าวหาล่าสุดว่าแทรกแซงอำนาจตำรวจช่วยสาวสวยรายหนึ่งที่ถูกจับฐานขโมยของ ทว่าท้ายที่สุดแล้ว นักการเมืองผู้คร่ำหวอดวัย 74 ปี ก็เอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด

ปีเสือดุยังส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มหาอำนาจโลก สหรัฐ-จีน ร้อนระอุตามไปด้วย โดยเฉพาะในประเด็นเศรษฐกิจ จากที่นิ่งเงียบปล่อยให้สหรัฐมักโจมตีเพียงฝ่ายเดียว มาในปีนี้ฝ่ายจีนสวนกลับแทบจะทุกหมัด นำโดยทัพหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ “หวัง จีชาน” รองนายกรัฐมนตรี และหนึ่งในสมาชิกกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์ จีน ซึ่งโดดเด่นจนได้รับการจับตามองเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่อาจได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

จีชาน คือหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายจีนที่พบหารือกับฝ่ายสหรัฐ ตั้งแต่ครั้งที่ ทิโมธี ไกธ์เนอร์ เยือนจีนเมื่อเดือน เม.ย. หรือเมื่อครั้งที่เดินทางเยือนสหรัฐและเข้าพบประธานาธิบดี บารัก โอบามา แต่ที่แสบสันจนต้องยกให้เป็นหนึ่งในบุคคลแห่งปี เพราะการลุกขึ้นมาตอบโต้สหรัฐในแต่ละครั้ง ทั้งการตอกกลับว่าอย่าโยนให้เงินหยวนเป็นแพะรับบาปปัญหาเศรษฐกิจโลก และการอัดเฟด หรือธนาคารกลางสหรัฐแบบโดนใจคนทั้งโลก ที่ปั๊มเงินเข้าระบบล่าสุด 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เกิดเงินร้อนทะลักไปทั่วโลกเป็นปัญหามากกว่าข่าวดีทางเศรษฐกิจ

จากคนที่ไม่มีใครรู้จัก “หลุยส์ เออซัว” กลายเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืนในฐานะหัวหน้าคนงานผู้เสียสละที่ขึ้นมาจากเหมืองซานโฮเซในชิลีเป็นคนสุดท้าย เมื่อเดือน ก.ย. จากจำนวนคนงานที่ติดอยู่ในเหมืองความลึกเกือบ 700 เมตร ทั้งสิ้น 33 คน รวมกว่า 2 เดือน นอกจากการเสียสละ ปัจจัยสำคัญยังเป็นเพราะความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ ที่ต้องเป็นผู้ควบคุมวินาทีแห่งชีวิตในปฏิบัติการณ์ช่วยเหลือทั้งหมด ว่าไปแล้ว เขาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการอยู่รอดของเพื่อนๆ และประสานความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ช่วงแรกๆ มาโดยตลอด และทั้งหมดนี้ทำให้เออซัวได้รับการกล่าวถึงและจดจำมากที่สุดคนหนึ่ง ในห้วงเวลาที่คนทั่วโลกต่างร่วมจดจำวินาทีแห่งชีวิตไปพร้อมกัน

จากบุคคลแห่งปี 2009 ของนิตยสารไทม์ มาในปีนี้ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) “เบน เบอร์แนนคี” ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อโลกอย่าง|ยากที่จะลืมได้ ในฐานะผู้ตัดสินใจดำเนินมาตรการผ่อนปรนทางการเงินครั้งที่ 2 (QE2) โดยปั๊มเงินเข้าระบบเพื่อซื้อสินทรัพย์ครั้งใหม่อีก 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา พร้อมตรึงนโยบายดอกเบี้ยต่ำไปอีกปี การตัดสินใจสะเทือนเศรษฐกิจไปทั้งโลกแบบนี้คงไม่เกินเลยที่จะยกให้เบอร์แนนคี คือหนึ่งในบุคคลแห่งปีเสือนี้ ในสายตาชาวสหรัฐ เบอร์แนนคี คือวีรบุรุษ แต่สายของเอเชีย เบอร์แนนคีในปีนี้ คือ ผู้ร้ายที่ปล่อยกระแสทุนจากสหรัฐไหลทะลักเข้าสู่เอเชียทำให้หลายชาติต้องกุมขมับกับค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นกันเป็นแถวๆ

หากพูดถึงปัญหาเศรษฐกิจและการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยวเพื่อแก้ปัญหาแล้ว คงไม่อาจลืมชื่อผู้นำหญิงเหล็กคนนี้ได้ “อังเกลา แมร์เกิล” นายกรัฐมนตรีแห่งเยอรมนี ผู้เป็นส่วนสำคัญทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในการตัดสินใจของกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ให้เงินกู้ฉุกเฉินช่วยเหลือกรีซ 1.1 แสนล้านยูโร เมื่อเดือน พ.ค. และช่วยไอร์แลนด์เป็นรายต่อมาในเดือน พ.ย. วงเงิน 8.9 หมื่นล้านยูโร โดยที่แมร์เกิลคือแรงกดดันสำคัญที่สุด ยื่นกฎเหล็กให้แต่ละประเทศต้องรัดเข็มขัดเพื่อคุมวินัยการเงินและหนี้สาธารณะให้ได้

ผ่านจากผู้นำหญิงแกร่งก็มาต่อที่สุภาพสตรีผู้มีสิทธิได้เป็นว่าที่ราชินีแห่งอังกฤษ “เคต มิดเดิลตัน” เมื่อพระตำหนักคลาเรนซ์ประกาศข่าวดีในเดือน พ.ย. ว่า เจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ได้เข้าพิธีหมั้นกับพระสหายหญิงคนสนิทเรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสภายในฤดูร้อนปีหน้า ซึ่งข่าวดีเช่นนี้ได้กระตุ้นให้ชาวอังกฤษทั่วประเทศตื่นเต้นดีใจจนการซื้อขายและการท่องเที่ยวตื่นตัวกันอย่างคึกคักรับปลายปี และคาดว่าจะเป็นแรงส่งยาวได้ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า

ทว่าบุคคลแห่งปีที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จที่สุด คงไม่พ้นซีอีโอหนุ่มวัย 26 ปีแห่งเฟซบุ๊ก อิงก์ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ผู้ได้รับเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปี 2010 ของนิตยสารไทม์ เฉือนคู่แข่งคนอื่นๆ ได้ราบคาบเพราะเหตุผลที่ว่า เฟซบุ๊กมี|ผู้ใช้งานทั่วโลกถึง 500 ล้านคน ทำให้เป็นมากกว่าเทคโนโลยีใหม่ แต่ยังเป็นวิศวกรรมทางสังคมที่กำลังเปลี่ยนวิธีการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน

นอกจากความสำเร็จทางผลงาน ซักเคอร์เบิร์กยังมีบทบาทโดดเด่นในฐานะเศรษฐีหนุ่มผู้ใจบุญ บริจาคเงิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐให้โรงเรียนหลายแห่งในเมืองนวร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ ก่อนจะตบท้ายเข้าร่วมในโครงการการกุศลของ 2 มหาเศรษฐี วอร์เรน บัฟเฟตต์ และบิล เกตส์ โดยสัญญาว่าจะบริจาคทรัพย์สินมากกว่าครึ่งของที่มี 6,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับการกุศล

สำหรับตำแหน่งบุคคลแห่งปีที่เขย่าโลกปิดท้ายปี 2010 ได้สะท้านสะเทือนเหนือกว่าใครนั้น ต้องยก “จูเลียน เอสแซงก์” วัย 39 ปีผู้ร่วมก่อตั้ง และผู้อำนวยการ เว็บไซต์จอมแฉวิกิลีกส์ ที่เปิดโปงเอกสารลับทางการทูตกว่า 2.5 แสนหน้าของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ที่ส่งมาจากนักการทูตอเมริกันทั่วโลก

งานนี้สะเทือนทั้งสหรัฐและแวดวงการทูตทั่วทั้งโลกที่ถูกกระทบกันถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้แต่ตึกไทยคู่ฟ้า ที่รัฐบาลไทยก็ติดร่างแหของการแฉหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน ข่าวคราวของเอสแซงก์มีท่าทีจะดังต่อเนื่องข้ามปี เมื่อเจ้าตัวถูกตั้งข้อหาข่มขืนและกระทำชำเราหญิงสาว 2 คนในสวีเดน แต่ยิ่งถูกเล่นงาน เอสแซงก์ก็ยิ่งแฉกลับหนัก ล่าสุดออกเป็นหนังสือ และยังเตรียมเปิดเผยข้อมูลอื่นๆ อีกอย่างร้อนแรงปิดท้ายปีเสือไฟ เสือดุ 2010