นักลงทุนหวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยหลังเงินเฟ้อพุ่ง
บรรดานักลงทุนกังวลอัตราเงินเฟ้อพุ่ง หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด
สำนักข่าวรอยเตอร์สอ้างรายงานของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งระบุว่าขณะนี้บรรดานักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นความกังวลหลักของนักลงทุนแทนที่ความกังวลจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19
จากการสำรวจโดยเฟดพบว่าประมาณ 70% ของนักลงทุนในตลาดมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อและนโยบายที่เข้มงวดขึ้นของเฟดเป็นความกังวลหลักในช่วง 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้า แซงหน้าความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการปราบปรามด้านกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้นจากจีน
ทั้งนี้ เฟดกำลังรับมือกับความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นท่ามกลางการถกเถียงว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด ขณะที่เฟดเองก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
โดยก่อนหน้านี้ริชาร์ด คลาริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่าภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐอาจผลักดันให้เฟดต้องปรับขึ้นราคาดอกเบี้ยภายในสิ้นปีหน้า
เช่นเดียวกับเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ ซึ่งมองว่ามีแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นราคาดอกเบี้ยถึง 2 ครั้งในปีหน้า
หากภาวะเงินเฟ้อยังคงดำเนินไปนานกว่าที่คาดการณ์ไว้อาจต้องปรับลดและยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ภายในไตรมาสแรกของปีหน้าเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อหากมีความจำเป็น นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับสูงไปตลอดทั้งปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโกกล่าวว่ามีความน่ากังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูง และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกในปีหน้า แต่เชื่อว่าเฟดจะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนถึงปี 2023
"หากคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาก แน่นอนว่าจะต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ผมคิดว่าจะยังไม่เกิดขึ้นจนถึงปี 2023" อีแวนส์กล่าว
AFP PHOTO / OZAN KOSE


