ตระกูลร็อธส์ไชลด์กลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะ 'ข่าวไวกว่า'

วันที่ 19 ต.ค. 2564 เวลา 20:45 น.
ตระกูลร็อธส์ไชลด์กลายเป็นมหาเศรษฐีเพราะ 'ข่าวไวกว่า'
การข่าวที่ไวกว่าคนอื่นช่วยให้ตระกูลร็อธส์ไชลด์ทำรายได้มหาศาลจากการเล่นหุ้น

ตระกูลร็อธส์ไชลด์คือตระกูลชาวยิวที่ทรงอิทธิพลทางการเงินของโลกในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 จุดเริ่มต้นของตระกูลคือ เมเยอร์ แอมส์เชล ร็อธส์ไชลด์ (Mayer Amschel Rothschild) บุตรชายของนายธนาคารชาวยิวที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการเงินและสืบทอดธุรกิจกู้ยืมเงินจากบิดาสั่งสมเขี้ยวเล็บในวงการการเงินไว้มากมาย

เมื่อมีลูกชายเมเยอร์ได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่สั่งมาตั้งแต่รุ่นพ่อแก่ลูกชายของตัวเองทั้ง 5 คนก่อนจะส่งแต่ละคนไปประจำที่เมืองหลวงหลักๆ ของยุโรปเพื่อทำธุรกิจธนาคารและการเงิน โดยลูกชายที่สร้างทั้งชื่อเสียงและความมั่งคั่งให้กับตระกูลได้ไม่น้อยคือ นาธาน เมเยอร์ ร็อธส์ไชลด์ (Nathan Mayer Rothschild) ที่ถูกส่งไปประจำที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ

นาธานเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในบรรดาพี่น้องตระกูลร็อธส์ไชลด์และครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ชายที่มั่งคั่งที่สุดในโลก และทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากสงครามนโปเลียนสมรภูมิวอเตอร์ลู แม้ว่าจะร่ำรวยมาตั้งแต่ก่อนจะเกิดสงครามแล้วก็ตาม

ช่วงสงครามนโปเลียน (Napoleonic Wars) รัฐบาลอังกฤษมอบหมายให้นาธานซึ่งเป็นนายธนาคารหน้าใหม่ที่นั่นเข้ามารับหน้าที่จัดหาเงินทุนไปสนับสนุนกองทัพของดยุคแห่งเวลลิงตันของอังกฤษที่ทำสงครามต่อต้านจักรพรรดินโปเลียนของฝรั่งเศสในโปรตุเกสและสเปน เขาจึงร่วมกับพี่น้องตั้งเครือข่ายขึ้นมาเพื่อรับซื้อเหรียญทองและเหรียญเงินแล้วเปลี่ยนเหรียญเหล่านี้เป็นเงินสกุลท้องถิ่นแล้วถ่ายโอนไปให้ดยุคแห่งเวลลิงตันจับจ่าย

การสร้างเครือข่ายตัวแทนและคนส่งข่าวสารกระจายไปทั่วยุโรปนี้เองที่ทำให้การเงินของตระกูลร็อธไชลด์งอกเงยขึ้นไปอีกในภายหลัง

ต้องบอกก่อนข่าวตลอดช่วง 2 ทศวรรษของสงครามนับตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศส ราคาพันธบัตรของอังกฤษมักจะขึ้นอยู่กับข่าวจากสมรภูมิสู้รบ หากฝั่งอังกฤษหรือพันธมิตรชนะราคาก็จะถีบตัวขึ้น เพราะถือเป็นข่าวดีว่าฝั่งอังกฤษจะคว้าชัยและรัฐบาลจะไม่ออกพันธบัตรเพื่อกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อทำสงคราม แต่หากฝั่งอังกฤษหรือพันธมิตรแพ้ราคาจะตกลง

เงื่อนไขดังกล่าวสร้างโอกาสในการเข้ามาแทรกแซงตลาดด้วยการสร้างข่าวเกี่ยวกับผลลัพธ์ในสมรภูมิ เนื่องจากการส่งข่าวในสมัยนั้นต้องพึ่งพาม้าเร็วหรือเรือเร็ว ยิ่งได้ข่าวไวก็ยิ่งได้เปรียบ

และนาธานคือคนที่ได้เปรียบและทำเงินได้มหาศาลจากข่าวของสงครามนโปเลียนในสมรภูมิสุดท้ายที่วอเตอร์ลูในปี 1815

สงครามยกแรกปรากฏว่าอังกฤษพ่ายแพ้ เมื่อข่าวมาถึงตลาดหุ้นในอังกฤษก็พากันเทขาย แต่เมื่อค่ำคืนเคลื่อนมาปกคลุมสมรภูมิวอเตอร์ลูในวันที่ 18 มิ.ย. 1815 สายข่าวของนาธานรีบเดินทางกลับมายังเมืองดันเคิร์กของฝรั่งเศสเพื่อแจ้งข่าว ก่อนที่ข่าวดังกล่าวจะถูกส่งต่อด้วยเรือเร็วและม้าเร็วที่พี่น้องตระกูลร็อธไชลด์วางเครือข่ายไว้ในตอนแรกจนมาถึงนาธานในคืนวันจันทร์ที่ 19 มิ.ย. 24 ชั่วโมงหลังจากกองทัพนโปเลียนเพลี่ยงพล้ำ

นาธานเข้าไปแจ้งข่าวดีนี้แก่รัฐบาลอังกฤษแต่ไม่มีใครเชื่อเขา เพราะทุกคนเชื่อข่าวระลอกแรกไปแล้วว่าดยุคแห่งเวลลิงตันจะพ่ายแพ้ (ข่าวชัยชนะอย่างเป็นทางการจากดยุคแห่งเวลลิงตันเดินทางมาถึงรัฐบาลอังกฤษในวันพุธช่วงค่ำ) นาธานจึงอาศัยโอกาสนี้เทขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อังกฤษ ทำให้นักลงทุนคนอื่นแห่เทขายตาม ก่อนที่นาธานจะสั่งให้ตัวแทนช้อนซื้อหุ้นกลับในราคาต่ำในนาทีสุดท้าย

เมื่อข่าวการปราชัยของนโปเลียนมาถึงในวันที่ 21 มิ.ย. หุ้นต่างๆ ก็อยู่ในมือของตระกูลร็อธไชลด์เรียบร้อยแล้ว

แม้จะไม่ทราบแน่ชัดว่านาธานโกยเงินเข้ากระเป๋าเท่าใดจากข่าววอเตอร์ลู แต่ต้องเป็นเงินจำนวนไม่น้อยแน่นอน มีรายงานว่าทรัพย์สินของพี่น้องตระกูลร็อธไชลด์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 1815 อยู่ที่ 500,000 ปอนด์ (ในขณะนั้นเงินเดือนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 50 ปอนด์) และในเดือน ก.ค. 1816 ทรัพย์สินขยับมาอยู่ที่ 1 ล้านปอนด์

บันทึกของตระกูลร็อธไชลด์ยืนยันว่า “แม้ว่าจะจริงที่นาธาน เมเยอร์ ร็อธไชลด์ทำเงินจากการได้รับข่าวสารที่รวดเร็วก่อนใครจากสมรภูมิวอเตอร์ลู 1 ล้านหรือหลายล้านปอนด์ แต่หลักฐานค่อนข้างอ่อน”

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ข่าวสารที่รวดเร็วจากสมรภูมิวอเตอร์ลูของตระกูลร็อธส์ไชลด์มาจากนกพิราบแข่งที่มีรางวัลการันตีของตระกูล แต่ทฤษฎีนี้ยังมีข้อโต้แย้ง และบันทึกของตระกูลร็อธส์ไชลด์เองก็บอกไว้ว่า แม้ว่านกพิราบสื่อสารจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สร้างความสำเร็จให้ธุรกิจของตระกูลร็อธส์ไชลด์ในช่วงปี 1820-1850...แต่เป็นไปได้ว่าคนส่งสารที่อยู่บนหลังม้าจะนำข่าวสารของวอเตอร์ลูมาสู่นาธาน

ภาพ: wikipedia/Rothschild Collection