เปิดที่มา 'Comirnaty' ชื่อจริงๆ ของวัคซีน Pfizer

วันที่ 26 ส.ค. 2564 เวลา 18:15 น.
เปิดที่มา 'Comirnaty' ชื่อจริงๆ ของวัคซีน Pfizer
Comirnaty...ชื่อนี้มาจากไหน?

หลังจากที่วัคซีนโควิด-19 ของ Pfizer-BioNTech ได้รับการอนุมัติเต็มรูปแบบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ไปแล้วเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา หลายคนอาจสังเกตว่าวัคซีนดังกล่าวจะวางจำหน่ายภายใต้ชื่อทางการค้าว่า "Comirnaty"

ทำไมถึงใช้ชื่อนี้

Comirnaty ออกเสียงว่า koe-mir'-na-tee (โค-เมียร์-นา-ที) หรือที่ในประเทศไทยเรียกว่าโคเมอร์เนตี ซึ่งเป็นการผสมระหว่างคำว่า Covid-19 immunity (ภูมิคุ้มกันโควิด-19) และคำว่า mRNA โดยคล้องกับคำว่า community (ชุมชน)

เมื่อนำมารวมกันแล้วชื่อนี้จะแสดงถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต้านโรคโควิด-19 และชุมชนไปพร้อมๆ กันนั่นเอง

โดยบริษัทได้ยื่นจดทะเบียน Comirnaty เป็นเครื่องหมายการค้าตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 ก่อนที่ทุกคนจะรู้ว่าจะมีวัคซีนให้ใช้เสียอีก

นอกจาก Comirnaty แล้วยังมีชื่ออื่นๆ ที่เคยอยู่ในการพิจารณา ได้แก่ Covuity, RnaxCovi, Kovimerna และ RNXtract

เสียงตอบรับของ Comirnaty

เกือบจะในทันทีที่มีรายงานออกมาว่าวัคซีนดังกล่าวจะวางจำหน่ายภายใต้ชื่อทางการค้าว่า Comirnaty บรรดาชาวเน็ตต่างประเทศก็ออกมาแสดงความคิดเห็นกันไปต่างๆ นานา โดยส่วนใหญ่เหมือนจะไม่ค่อยชอบชื่อนี้กันสักเท่าไรนัก ขณะที่หลายสื่อก็ต่างบอกว่าเป็นชื่อที่แปลก

Christopher Bouzy ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท Bot Sentinel แสดงความคิดเห็นผ่านทวิตเตอร์ว่าคนที่คิดชื่อนี้ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ตั้งชื่ออะไรอีกเลย ไม่ควรตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงของพวกเขาด้วยซ้ำ

David R. Liu ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Havard ซึ่งเป็นนักเคมีและนักชีววิทยาชาวอเมริกัน ดีใจที่ในที่สุดวัคซีนนี้ได้รับการอนุมัติอย่างเต็มรูปแบบ แต่ในส่วนของชื่อนั้น..จัดว่าพลาด

ด้าน Josh Barro นักข่าวชาวอเมริกันบอกว่าเป็นชื่อที่สู้ไม่ได้เลยเมื่อเทียบกับชื่อ Spikevax ของวัคซีนจาก Moderna แถมยังแซวว่าถ้าโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเป็นประธานาธิบดีเขาจะต้องไม่อนุญาตแน่ๆ

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆ คนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นกับชื่อนี้ โดยส่วนหนึ่งแซวว่าชื่อของวัคซีนออกเสียงเหมือนกับคำว่า Come-Here-Naughty

ทำไมชื่อวัคซีนถึงแปลก

คำแนะนำขององค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) สำหรับการตั้งชื่อยาและวัคซีนมีรายละเอียดอยู่ในเอกสารถึง 42 หน้า โดยมีมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดอย่างเช่น ต้องเป็นชื่อที่ไม่ทำให้ผู้ป่วยและผู้จ่ายยาสับสนกับยาของอีกยี่ห้อหนึ่ง ควรเป็นชื่อที่มีเอกลักษณ์และจดจำง่าย แต่ไม่แปลกจนแพทย์สะกดไม่ได้

หรือแม้แต่ชื่อยาที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรพิเศษเช่น X หรือ Z มักไม่ค่อยได้รับอนุญาต หากมียาตัวอื่นที่ใช้รักษาโรคเดียวกันขึ้นต้นด้วยตัวอักษรเดียวกันนี้ไปแล้ว

องค์การอาหารและยาสหรัฐเผยว่ามีเพียง 2% ของชื่อยาที่ได้รับการอนุมัติจากทั้งหมด 6,000 ชื่อที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรเหล่านั้น

นอกจากนี้รายงานระบุว่าในทุกๆ ปี องค์การอาหารและยาสหรัฐมีการปฏิเสธชื่อที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์มากถึง 1 ใน 3

ที่มา CNN, Forbes, Quartz, The Washington Post

ภาพโดย MARTIN BUREAU / AFP