เปิดใจปัญญาชนเมียนมา ไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจเข้าป่า-จับปืน-ฝึกรบ

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 20:30 น.
เปิดใจปัญญาชนเมียนมา ไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจเข้าป่า-จับปืน-ฝึกรบ
กว่า 4 เดือนที่กองทัพเมียนมาทำรัฐประหาร มีเยาวชนและปัญหาชนหลายร้อยคนหนีเข้าป่าฝึกการต่อสู้กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยเพื่อรอวันโต้กลับ

แม้จะถูกการปราบปรามอย่างหนักของกองทัพบีบให้สู้ด้วยวิธีใต้ดิน ไม่ว่าจะเป็นใช้โทรศัพท์แบบใช้แล้วทิ้ง ซ่อนตัวในเซฟเฮ้าส์ หรือแม้แต่เข้าไปอยู่กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย ไม่ได้เจอหน้าคนในครอบครัวหลายเดือน แต่ปัญญาชนคนรุ่นใหม่เหล่านี้ไม่เคยเสียใจที่ต้องใช้ชีวิตแบบหลบซ่อน

สำหรับ Thinzar Shunlei Yi นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย เธอทราบดีว่าวันหนึ่งเธออาจต้องแยกจากครอบครัวเพื่อเดินหน้าสู้กับรัฐบาลรัฐประหารต่อไป

“นี่คือสิ่งที่ฉันคิดไว้แล้วในฐานะของนักเคลื่อนไหว” Thinzar Shunlei Yi เผยกับสำนักข่าว AFP ผ่านโทรศัพท์จากสถานที่ซ่อนตัว “เราไม่คิดว่าผู้คนจะลุกฮือขนาดนี้และไม่คิดว่าคนทั่วไปจะกลายมาเป็นผู้ประท้วงและนักเคลื่อนไหว”

สาววัย 29 ปี เป็นหนึ่งในคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ นักเคลื่อนไหว และนักข่าวหลายๆ คนที่อยู่ในหมายจับของกองทัพในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความหวาดกลัว

แต่กรณีของ Ko Ko (นามสมมติ) เขาแทบจะจินตนาการชีวิตที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ออกเลย เพราะไม่กี่เดือนก่อนเขาเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งที่ต้องรับมือกับ Covid-19

แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เขาต้องเปลี่ยนที่อยู่เรื่อยๆ เพื่อให้รอดพ้นการจับกุม แต่ความเป็นแพทย์ยังอยู่ Ko Ko ผันตัวเป็นผู้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ทางไกลสำหรับผู้ประท้วงที่ไม่กล้าไปโรงพยาบาลทหาร และยังเริ่มอบรมคนทั่วไปเรื่องการปฐมพยาบาลตั้งแต่เดือน มี.ค. เพราะการปราบปรามของทหารเริ่มนองเลือดมากขึ้น

แพทย์วัย 30 ปีตัดสินใจหนี 2 วันหลังจากวันสถาปนากองทัพเมียนมาในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่นองเลือดมากที่สุดนับตั้งแต่มีการประท้วง และยังเป็นช่วงที่กองทัพเริ่มบุกโรงพยาบาลและจับกุมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

หลังจากย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ได้ราว 2 สัปดาห์ Ko Ko หนีเข้าพื้นที่ของกองกำลังชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนไทย

เช่นเดียวกับ Ko Thein (นามสมมติ) นักดนตรีที่เป็นที่รู้จักในวงกว้างหลังจากโพสต์เกี่ยวกับกองทัพด้วยถ้อยคำเสียดสีเจ็บแสบหลังการยึดอำนาจ เริ่มแรกเขาไม่ยอมหนีแม้ว่าคนใกล้ตัวจะตักเตือนด้วยความเป็นห่วงหลายครั้ง

แต่หลังจากเห็นชื่อตัวเองอยู่ในหมายจับเมื่อต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เขาก็รีบเก็บกระเป๋าทันที และบอกลาพี่น้อง ก่อนจะหนีไปทางด้านหลังอพาร์ทเม้นต์ของตัวเอง โดยระหว่างหลบหนีเจ้าตัวยังแชร์ข้อมูลในเฟซบุ๊คตามปกติ

“ผมไม่เคยเสียใจที่โพสต์ข้อความต่างๆ นี่คือหน้าที่ของคนเมียนมา” Ko Thein เผยและยอมรับว่าคิดถึงครอบครัว

ส่วน Min ซึ่งไม่ใช่ชื่อจริง ที่กำลังฝึกการต่อสู้กับกองกำลังชนกลุ่มน้อยในรัฐกะเหรี่ยงเผยว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินเสียงปืนมาก่อน แต่หลังจากทหารยึดอำนาจได้ 4 เดือน เสียงปืนกลายเป็นเสียงที่เขาคุ้นชิน และเชื่อว่ากระสุนปืนเท่านั้นที่จะกำจัดเผด็จการทหารออกจากเมียนมา ไม่ใช่การประท้วง 

แม้จะคาดเดาให้แม่นยำได้ยาก แต่นักวิเคราะห์คาดว่าหนุ่มสาวเมียนมาหลายร้อยคนดั้นด้นมาถึงพื้นที่ที่เป็นที่มั่นของกองกำลังชนกลุ่มน้อยเพื่อรับการฝึกฝนการต่อสู้ อาทิ เมื่อเดือนที่แล้ว Htar Htar Htet สาวงามจากเวที Miss Grand International ของไทย โพสต์ภาพที่เธอสวมชุดลายพรางสีดำสะพายปืนไรเฟิลอยู่ในแคมป์ฝึกฝน

สำหรับการฝึกในรัฐกะเหรี่ยงที่มีสามาชิกของกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) เป็นครูฝึก เริ่มตั้งแต่เช้ามืด โดยจะมีการฝึกเทคติกในป่า อาทิ การข้ามบ่อโคลน ด้วยการไต่เชือก การพรางตัว การขนย้ายผู้บาดเจ็บไปยังที่ปลอดภัย และการยิงปืน

ทว่า เดวิด แมธิสัน นักวิเคราะห์ซึ่งเคยอยู่ในเมียนมาตั้งคำถามว่า ยุทธวิธีของชนกลุ่มน้อยที่เกิดในภูเขาและป่าจะมีประสิทธิภาพเพียงใดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับรัฐบาลเผด็จการในพื้นที่เมืองต่างๆ “แม้ว่าการฝึกฝนจะช่วยบ่มเพาะประสบการณ์ แต่มันไม่ได้ช่วยเปลี่ยนคุณให้เป็นนักสู้ในเมือง” แมธิสันเผย และกล่าวเพิ่มว่า การฝึกฝนในระยะสั้นไม่น่าจะปลูกฝังวินัยและความทรหดที่จำเป็นสำหรับการสู้รบกับทหาร

Photo by STR / AFP