ปฏิบัติการไล่ล่าครอบครัวเผด็จการเมียนมา

วันที่ 15 มิ.ย. 2564 เวลา 20:00 น.
ปฏิบัติการไล่ล่าครอบครัวเผด็จการเมียนมา
ครอบครัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวกับกองทัพเมียนมาหวั่นถูกไล่ล่า หลังผู้นำท้องถิ่นบางคนถูกยิงระยะเผาขน

ในระยะหลังมักจะมีข่าวว่าสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมาในย่านตัวเมืองตกเป็นเป้าถูกวางระเบิดหรือถูกขับรถพุ่งชน ผู้นำท้องถิ่นที่กองทัพแต่งตั้งหลายคนถูกลอบยิงในระยะเผาขน รวมทั้งการที่ประชาชนพากันหันมาจับอาวุธตอบโต้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร หลังจากถูกกองทัพใช้กำลังปราบปรามอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตไปเกือบ 1,000 คน

เหตุการณ์เหล่านี้สร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงโดยเฉพาะที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทยว่าจะตกเป็นเป้าโจมตีหรือถูกเอาชีวิตบ้าง

เมื่อเร็วๆ นี้ บัญชีเฟซบุ๊ค Mratt’s Channel แชร์คลิปเสียงของ Daw Nilar Sein ภรรยาของรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเมียนมาที่พูดคุยกับบรรดาภรรยาเจ้าหน้าที่ระดับสูงถึงความหวาดกลัวของเธอ

ในคลิปเสียงที่หลุดออกมาซึ่งคาดว่าน่าจะพูดคุยกันเมื่อไม่นานมานี้ Daw Nilar Sein บอกให้คนอื่นๆ รักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนอน โดยอ้างว่ารู้ข่าวมาว่ามีคนจากฝ่ายตรงข้ามราว 30 คนเข้ามาในเมืองปยินมานาเพื่อวางระเบิดที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยและของกองทัพ

ภรรยาของรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยยังเตือนด้วยว่า ห้ามออกไปข้างนอกโดยมีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบติดตาม เนื่องจากหากถูกฝ่ายตรงข้ามพบเห็น รถจะถูกวางระเบิด รวมถึงแนะนำไม่ให้ลูกๆ ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงออกไปทานข้าวนอกบ้านตอนกลางคืน เพราะอาจมีคนที่ไม่ชอบรัฐบาลทหารส่งข่าวต่อให้คนอื่นมาทำอันตราย รวมถึงให้สวดมนต์ป้องกันสิ่งไม่ดีด้วย

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ภรรยาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ช่วยกันรายงานบัญชีเฟซบุ๊คของแกนนำประท้วงคนสำคัญ อาทิ Zaw Wai Soe รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา (National Unity Government : NUG) หรือรัฐบาลเงาที่ก่อตั้งโดยพรรคสันนิบาตแห่งชาติเมียนมา (NLD) ของอองซานซูจี

Daw Nilar Sein กล่าวหาว่า Zaw Wai Soe ศัลยแพทย์กระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นแกนนำในการสังหารเจ้าหน้าที่ความมั่นคงและบุกสถานีตำรวจ และบอกว่าให้รายงานเฟซบุ๊คของเขาทุกๆ ชั่วโมง เพราะดูเหมือนทุกคนจะเชื่อฟังสิ่งที่เขาพูด

ส่วนอีกคนหนึ่งคือ Pencilo อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีคนติดตามกว่า 2.8 ล้านคนที่มักจะเล่นสงครามจิตวิทยาด้วยการเตือนว่าคนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพและครอบครัวจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

โดยล่าสุด Pencilo ตอบโต้กลับด้วยการโพสต์เฟซบุ๊คว่า การบล็อกบัญชีเฟซบุ๊คของเธอและ Zaw Wai Soe หยุดการต่อต้านรัฐบาลรัฐประหารไม่ได้ “มันจะหยุดก็ต่อเมื่อคุณตายเท่านั้นแหละ! เข้าใจนะ”

ก่อนคลิปเสียงนี้จะหลุดออกมา สำนักข่าว Myanmar Now รายงานว่า ลูกสาว 2 คนของผู้นำหมู่บ้านที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลทหารในเมืองดีแบ้ยี่น (Depayin) แขวงสะกาย (Sagaing) ถูกแทงเสียชีวิตพร้อมกัน

แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าเป็นฝีมือของใคร แต่ชาวบ้านรายหนึ่งเผยกับ Myanmar Now ว่า ชาวบ้านทราบดีว่าพวกเธออยู่ฝ่ายหนุนกองทัพ และหากมีอะไรเกิดขึ้นที่หมู่บ้าน ครอบครัวนี้จะรายงานไปยังกองทัพ

อย่างไรก็ดี หลังเกิดเหตุพ่อของผู้เสียชีวิตทั้งคู่และสมาชิกในบ้านคนอื่นพากันหนีออกจากหมู่บ้านแล้ว

และในวันเดียวกันกับที่พบศพของลูกสาวผู้นำหมูบ้าน อดีตผู้นำหมู่บ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงกันถูกยิงศีรษะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยชาวบ้านเผยกับ Myanmar Now ว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้มีความสัมพันธุ์ใกล้ชิดกับกองทัพ และมักจะรายงานการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลให้กองทัพทราบ

แม้ทั้งหมดนี้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่เหตุการณ์หลายครั้งที่เกิดขึ้นกับฝ่ายหนุนรัฐบาลทหารก็เพียงพอให้ครอบครัวของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเริ่มหวาดกลัว

ขณะที่ The Irrawaddy รายงานว่า กองทัพกล่าวหาว่าผู้แทนราษฎรจากพรรค NLD เกี่ยวข้องกับการวางระเบิด ลอบยิง และเป็นผู้จัดอบรมการใช้อาวุธให้กับผู้ประท้วงทั้งในพื้นที่ของกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรื KNU ในรัฐกะเหรี่ยง

รัฐบาลทหารยังกล่าวหาว่าผู้แทนราษฎรจากพรรค NLD ในรัฐสะกายเกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธและจัดอบรมการใช้อาวุธในพื้นที่ชายแดนของรัฐคะฉิ่นซึ่งเป็นพื้นที่ของกองกำลังกองทัพเอกราชคะฉิ่น หรือ KIA

สื่อของกองทัพยังอ้างว่า ผู้แทนราษฎรจากพรรค NLD สนับสนุนเงินทุนในการวางระเบิดโรงเรียน และเข้าร่วมพิธีฉลองการจบหลักสูตรการใช้อาวุธในพื้นที่ของกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยด้วย

เมื่อวันที่ 24 และ 25 พ.ค.ที่ผ่านมามีรายงานว่ากองทัพยึดอาวุธได้จำนวนมากที่เมืองมัณฑะเลย์ และกล่าวหาว่า Salai Issac Khin อดีตผู้บริหารท้องถิ่นในรัฐชินว่าเกี่ยวข้องกับอาวุธที่ถูกยึดและเป็นเจ้าหน้าที่ของ NUG รวมทั้งออกเงิน 500,000 รูปี หรือ 212,193 บาทให้กองกำลังพิทักษ์ประชาชนตะมู่ในแขวงสะกาย

แต่ Salai Issac Khin ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และตั้งข้อสังเกตว่าบุคคลที่ถูกจับพร้อมอาวุธถูกบังคับให้สารภาพว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้อง และย้ำว่าเพียงแต่ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพเท่านั้น

Photo by STR / AFP