สรุปข่าววัคซีนทั่วโลก: เจาะลึกวัคซีน Moderna อีกทางเลือกหนึ่งของไทย

วันที่ 14 พ.ค. 2564 เวลา 19:30 น.
สรุปข่าววัคซีนทั่วโลก: เจาะลึกวัคซีน Moderna อีกทางเลือกหนึ่งของไทย
ความคืบหน้าของวงการวัคซีนจากทั่วโลก สามารถเช็ค "ข่าวจริง" ของวัคซีนจากทั่วโลกได้ที่นี่

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมาวัคซีนต้านโควิด-19 จาก Moderna เป็นวัคซีนตัวที่ 4 ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยต่อจากวัคซีนต้านโควิด-19 จาก Sinovac, AstraZeneca และ Johnson & Johnson

ข้อมูลเบื้องต้นของ Moderna

• วัคซีนต้านโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัท Moderna Inc จากสหรัฐอเมริกาเป็นวัคซีนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี mRNA เช่นเดียวกับวัคซีนของ Pfizer ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อสังเคราะห์สารพันธุกรรมอาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่เฉพาะเจาะจงกับไวรัส

• การฉีดวัคซีนเข้าไปวัคซีนจะนำพาสารพันธุกรรมเข้าสู่เซลล์เพื่อให้เซลล์ผลิตโปรตีนกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อต่อต้านเชื้อไวรัส แต่ mRNA เสื่อมสภาพได้ง่ายจึงต้องเก็บไว้ในตู้เย็นโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) แนะนำว่าสามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียสได้นาน 30 วัน

ประสิทธิภาพ

• วัคซีน Moderna เริ่มทดลองในมนุษย์เฟสแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2020 และสิ้นสุดการทดลองเฟส 3 ในเดือนตุลาคม 2020 โดยอาสาสมัครอายุมากกว่า 18 ปีจำนวน 30,420 คน และประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนใน 14 วันหลังได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม

• โดยในเดือนพฤศจิกายน 2020 บริษัทผู้ผลิตประกาศผลการทดลองเฟส 3 เบื้องต้นระบุว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค 94.1% โดยกลุ่มอายุ 18-65 ปีมีประสิทธิภาพ 95.6% ขณะที่กลุ่มผู้มีอายุกว่า 65 ปีขึ้นไปมีประสิทธิภาพ 86.4%

• โดยสามารถป้องกันอาการป่วยรุนแรงจากโควิด-19 ได้ 100% เนื่องจากอาสาสมัครที่ได้รับยาจริงทุกคนไม่มีผู้ใดพบอาการป่วยรุนแรง

• นอกจากนื้เมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้มีการทดลองประสิทธิภาพของวัคซีนในเด็กอายุ 12-17 ปี ซึ่งมีผลการทดลองประสิทธิภาพอยู่ที่ 96% และในเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีการทดลองในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 12 ปี

ผลข้างเคียง

บริษัทเผยอาการข้างเคียงของอาสาสมัครที่เกิดขึ้นในการทดลองเฟสที่ 3 ไว้ดังนี้

• เจ็บปวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน 84.2%, บวม 12.2%, ผื่นแดง 2.8%, ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้บวม 10.2% โดยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและดีขึ้นภายใน 4-5 วัน

• เกิดอาการอ่อนเพลีย 37.2%, ปวดศีรษะ 32.7%, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 22.7%, คลื่นไส้อาเจียน 8.3% ซึ่งมักเกิดขึ้นภายใน 2-3 วันหลังจากได้รับฉีดวัคซีน

• สำหรับอาการข้างเคียงรุนแรงสามารถพบได้ในอัตรา 2.5 รายต่อวัคซีน 1 ล้านโดส

• ต่อมาในเดือนเมษายนองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) เผยสถิติการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันจากผู้ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ทั่วโลก โดยระบุว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนจาก Moderna พบอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าว 5 ราย, ผู้ที่ได้รับวัคซีนจาก AstraZeneca พบ 287 ราย, ผู้ที่ได้รับวัคซีนจาก J&J พบ 8 ราย และผู้ที่ได้รับวัคซีนจาก Pfizer พบ 25 ราย

Moderna ในต่างประเทศ

• เมื่อวันที่ 30 เม.ย. วัคซีน Moderna เป็นวัคซีนตัวที่ 5 ที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งวัคซีนจาก Sinovac และ Sinopharm จากจีนกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

• ภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป แคนาดา และสหรัฐ เริ่มประเมินวัคซีนเพื่ออนุมัติให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉินตั้งแต่เดือนธันวาคม โดยในวันที่ 18 ธันวาคมองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) อนุมัติให้ใช้วัคซีนนี้เป็นการฉุกเฉิน ต่อมาวันที่ 23 ธันวาคม กระทรวงสาธารณสุขแคนาดาจึงอนุมัติให้ใช้วัคซีนเช่นกัน

• เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสิงคโปร์เป็นประเทศแรกในเอเชียที่อนุมัติวัคซีนของ Moderna ขณะที่ออสเตรเลียก็ได้สั่งซื้อวัคซีนดังกล่าวอีก 25 ล้านโดสและอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนเพื่อตั้งโรงงานผลิตในประเทศ

• ขณะที่บริษัทซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ผู้ให้บริการด้านสุขภาพชั้นนำในเอเชียก็ได้จับมือกับ Moderna เพื่อจัดหาและกระจายวัคซีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน

• Moderna เผยผลกำไรไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐโดยสามารถทำรายได้ 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐจากการขายวัคซีนต้านโควิด-19 ซึ่งรายได้ทั้งหมดอยูู่ที่ 1,940 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนบริษัทขาดทุน 124 ล้านเหรียญสหรัฐ

• ทั้งนี้ Moderna ตั้งเป้าผลิตวัคซีนเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านโดสในปีหน้าเพื่อตอบสนองความต้องการของนานาประเทศ

โครงการ Covax

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม Moderna ประกาศว่าจะส่งวัคซีนให้กับโครงการ Covax ขององค์การอนามัยโลกจำนวน 34 ล้านโดสในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้และอีก 466 ล้านโดสภายในปี 2022 ในราคาที่ต่ำที่สุดเพื่อให้ประเทศยากจนได้เข้าถึงวัคซีน