สหรัฐชี้มกุฎราชกุมารซาอุฯ สั่งฆ่านักข่าวฝ่ายตรงข้าม

วันที่ 27 ก.พ. 2564 เวลา 11:30 น.
สหรัฐชี้มกุฎราชกุมารซาอุฯ สั่งฆ่านักข่าวฝ่ายตรงข้าม
รายงานของสหรัฐระบุมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียสั่งฆ่านักข่าวในสถานกงสุล

สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐ (DNI) เผยแพร่รายงานการสวบสวนการเสียชีวิตของ ญะมาล คาชุกญี นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบียของสำนักข่าววอชิงตันโพสต์ ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงอนุมัติให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษจับตัวและสังหารนักข่าวคนดังกล่าว

รายงานระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2017 เจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงมีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินพระทัยเกี่ยวกับกิจการทั้งหมดในซาอุดีอาระเบีย ทั้งยังควบคุมหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยข่าวกรองด้วย จึงเป็นไปได้ยากที่ทีมสังหารจะลงมือโดยปราศจากการสั่งการจากมกุฎราชกุมาร

นอกจากนี้ รูปแบบการสังหารยังสอดคล้องกับรูปแบบของมกุฎราชกุมารที่สนับสนุนการใช้มาตรการรุนแรงเพื่อปิดปากผู้ไม่เห็นด้วย อีกทั้งคาชอกญีมักเขียนบทความวิจารณ์ราชวงศ์และรัฐบาลซาอุดีอาระเบียบ่อยครั้ง ทำให้เจ้าชายโมฮัมเหม็ดมองว่านักข่าวรายนี้เป็นภัยคุกคาม

วันเดียวกันทางการสหรัฐสั่งขึ้นบัญชีดำบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ รวมทั้งที่เกี่ยวข้องกับการสังหารคาชอกญี 76 คน รวมทั้ง อาห์เหม็ด อัล อาสิริ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองและหน่วยรบพิเศษของซาอุดีอาระเบีย

ในเวลาต่อมา กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า “รัฐบาลซาอุดีอาระเบียปฏิเสธการประเมินเชิงลบ เป็นเท็จ และฟังไม่ขึ้นของรายงานที่เกี่ยวข้องกับผู้นำของซาอุดีอาระเบีย” และยังระบุอีกว่ารายงานของสหรัฐเป็นการวิเคราะห์และประเมินที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง เนื่องจากมีข้อมูลคลาดเคลื่อนในหลายประเด็น

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2018 คาชอกญีเดินทางไปที่สถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในเมืองอิสตันบูลของตุรกี เพื่อขอรับเอกสารรับรองการหย่าร้าง แต่กลับถูกทีมสังหาร 15 คนซึ่งมีอดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองเป็นหัวหน้าทีมสังหารและแยกชิ้นส่วนภายในสถานกงสุลในวันเดียวกัน