หญิงอเมริกันเสียชีวิตหลังปลูกถ่ายปอดติดโควิด-19

วันที่ 22 ก.พ. 2564 เวลา 15:01 น.
หญิงอเมริกันเสียชีวิตหลังปลูกถ่ายปอดติดโควิด-19
นับเป็นผู้ป่วยรายแรกที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากการปลูกถ่ายอวัยวะ

สำนักข่าว NBC News รายงานว่าหญิงชาวอเมริกันคนหนึ่งในรัฐมิชิแกนเสียชีวิตหลังปลูกถ่ายปอดที่ปนเปื้อนไวรัสโคโรนา แม้จะไม่แสดงอาการเจ็บป่วยและการทดสอบในเบื้องต้นเป็นลบ

โดยดร. แดเนียล เคาล์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการโรคติดเชื้อจากการปลูกถ่ายของศูนย์การแพทย์มิชิแกนเขียนรายงานเกี่ยวกับกรณีนี้ไว้ในวารสารทางการแพทย์ American Journal of Transplantation ระบุว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นเคสเดียวในผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะทั้งหมดเกือบ 40,000 เคสในปี 2020

โดยผู้ป่วยรายนี้ได้รับปอดจากหญิงรายหนึ่งในเขตมิดเวสต์ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์และได้รับบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรง โดยเธอได้บริจาคอวัยวะให้กับผู้ป่วยรายนี้ซึ่งเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง อย่างไรก็ตามการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากจมูกและลำคอของผู้บริจาคก็มีผลการทดสอบไวรัสโคโรนาเป็นลบ

รวมทั้งครอบครัวของผู้บริจาคก็กล่าวกับแพทย์ว่าเธอไม่มีประวัติการณ์เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงหรือมีอาการป่วยใดๆ และไม่ทราบว่ามีผู้ใกล้ชิดคนใดที่ป่วยเป็นโรคโควิด-19

ทว่า 3 วันหลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยเริ่มมีไข้ ความดันโลหิตลดลง และมีอาการหายใจลำบาก จากการตรวจสอบพบว่าเธอติดเชื้อในปอด

อาการของเธอเริ่มแย่ลงจนมีอาการช็อกและการทำงานของหัวใจมีปัญหา แพทย์จึงตัดสินใจตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาและพบว่ามีผลเป็นบวก ต่อมาเธอเสียชีวิตลงใน 61 วันหลังการปลูกถ่ายอวัยวะ

นอกจากนี้ 4 วันหลังจากการปลูกถ่ายศัลยแพทย์คนหนึ่งในทีมแพทย์ที่ทำการผ่าตัดก็มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกเช่นกัน การตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมพบว่าผู้ป่วยและศัลยแพทย์ได้รับเชื้อจากผู้บริจาคอวัยวะ ขณะที่ทีมแพทย์อีก 10 คนไม่ติดเชื้อ

เหตุการณ์นี้นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการตรวจคัดกรองผู้บริจาคอวัยวะอย่างละเอียดมากขึ้น โดยดร. เคาล์กล่าวว่าทีมแพทย์จะไม่ใช้อวัยวะนั้นๆ อย่างแน่นอนหากมีผลตรวจไวรัสโคโรนาเป็นบวก

AFP PHOTO / RODGER BOSCH