อังกฤษเตรียมเผชิญ ‘ภาวะเศรษฐกิจถดถอย’ สาหัสสุดในรอบกว่า 300 ปี

วันที่ 27 พ.ย. 2563 เวลา 09:03 น.
อังกฤษเตรียมเผชิญ ‘ภาวะเศรษฐกิจถดถอย’ สาหัสสุดในรอบกว่า 300 ปี
ยุโรปหลายประเทศยังไม่พ้นวิบากกรรมจากการะบาดรอบใหม่ เศรษฐกิจของบางประเทศกำลังพบกับเรื่องเลวร้ายที่สุด

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หริศรี สุนาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักรคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรจะหดตัวร้อยละ 11.3 ในปี 2020 ถือเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 300 ปี อันมีสาเหตุมาจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

สุนากกล่าวต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหราชอาณาจักรว่า สำนักงบประมาณ (OBR) คาดว่าเศรษฐกิจจะไม่สามารถฟื้นตัวสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดได้จนถึงสิ้นปี 2022

รัฐมนตรีคาดว่าการระบาดใหญ่จะส่งผลกระทบ “อย่างยาวนาน” พร้อมอ้างอิงสถิติจากสำนักฯ ซึ่งคาดการณ์ว่าอัตราการว่างงานจะสูงแตะร้อยละ 7.5 หรือมีคนตกงาน 2.6 ล้านคนในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2021

“ภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น” สุนากกล่าวเตือน พร้อมเผยรายงานตรวจสอบการใช้จ่ายฉบับแรกหลังเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยรายงานระบุว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรใช้จ่ายเงินเพื่อรับมือกับวิกฤตโรคโควิด-19 ทั้งหมด 2.8 แสนล้านปอนด์ (ราว 11.35 ล้านล้านบาท) และวางแผนจะใช้จ่ายเงินอีก 5.5 หมื่นล้านปอนด์ (ราว 2.23 ล้านล้านบาท) เพื่อต่อสู้กับการระบาดใหญ่ในปีหน้า

ขณะเดียวกันหนี้สาธารณะของสหราชอาณาจักรจะอยู่ที่ 3.94 แสนล้านปอนด์ (ราว 15.98 ล้านล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2020/21 เทียบเท่าร้อยละ 19 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ จีดีพี (GDP) ของประเทศ

เพื่อกระตุ้นการเติบโตและสนับสนุนการจ้างงาน สุนากคาดว่าในปี 2021 สหราชอาณาจักรต้องใช้จ่ายด้านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 1 แสนล้านปอนด์ (ราว 4.05 ล้านล้านบาท) นอกจากนี้สหราชอาณาจักรจะจัดตั้งธนาคารสำหรับโครงสร้างพื้นฐานแห่งใหม่ โดยจะมีสำนักงานใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของอังกฤษ มีหน้าที่ประสานงานกับภาคเอกชนเพื่อระดมเงินในการดำเนินโครงการลงทุนใหม่ๆ ทั่วประเทศ

สุนากกล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจของวิกฤตโรคโควิด-19 หลังเมื่อวันอังคาร (24 พ.ย.) สหราชอาณาจักรมียอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 พุ่งสูงสุด นับตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. โดยสถิติทางการระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในวันอังคารเพิ่มขึ้น 608 ราย อยู่ที่ 55,838 ราย

Photo by Tolga Akmen / AFP