ธรณีเขย่าเฮติ 7 ริกเตอร์ ถล่มเมืองหลวงพินาศ

  • วันที่ 13 ม.ค. 2553 เวลา 16:39 น.

เฮติพินาศ แผ่นดินไหว 7 ริกเตอร์ถล่มเมืองหลวง อาคารบ้านเรือนถล่มยับคนตาย-สูญหายนับร้อย นานาชาติเร่งส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ซับน้ำตา

เมื่อเวลาประมาณ 16.53 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 04.53 น. วานนี้ ตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ด้วยความแรงราว 7.0 ริกเตอร์ โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวห่างจากกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของเฮติ ไปทางตะวันตกราว 15 ก.ม. ซึ่งศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ดินเพียง 8 ก.ม.  เท่านั้น

เหตุดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนคาดว่าจะมีอยู่ราว 1 ล้านคนในพื้นที่ประสบภัย ต่างวิ่งกรูกันออกมานอกท้องถนน ท่ามกลางฝุ่นและควันที่ฟุ้งกระจายในทั่วเนื่องจากจากพังถล่มของตึกรามบ้านช่องระเนระนาด เด็กๆและสตรีต่างกรีดร้องงอแง ประชาชนที่วิ่งหนีตายไปคนละทิศละทางสุดอลหม่าน อาคารสำนักงาน บ้านเรือน และร้านค้า และโรงแรมมอนตานา ซึ่งมีชาวต่างชาติราว 300 คนเข้าพักได้พังทลายลงมาในพริบตา โดยล่าสุดระบุว่า ชาวต่างชาติราว 200 คนสูญหายไปในโรงแรมดังกล่าวด้วย ซึ่งความเสียหายดังกล่าวรวมทั้งทำเนียบประธานาธิบดีเฮติ ซึ่งโดมของทำเนียบหักพังทลายลงมา แต่โชคดีที่ตัวประธานาธิบดี ไม่ได้รับอันตราย

ทั้งนี้ แม้มีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวมาได้แต่ก็อยู่ในสภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผล และรอยเลือด ซึ่งบางคนพยายามทุกวิถีทางที่จะดึงร่างไร้วิญญาณของญาติและคนในครอบครัวออกมาจากซากปรักหักพัง

“เมืองทั้งเมืองตกอยู่ในความหมองหม่น ประชาชนหลายพันคนนั่งอย่างเลื่อนลอยตามท้องถนน และไร้ที่จุดหมายที่จะไป นอกจากนั้นก็จะเป็นประชาชนที่วิ่งวุ่นไปมา ร้องไห้ และกรีดร้อง” รัดชามานิ โอเมอร์เซนต์ ผู้จัดการของหน่วยด้านอาหารสำหรับผู้ยากไร้ในเฮติกล่าว

 

โอเมอร์เซนต์ กล่าวว่า ในพื้นที่เขต พีชั่นวัลเลย์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงซึ่งเป็นพื้นที่ไหล่เขานั้น ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องพยายามที่จะขุดเหยื่อที่ถูกฝังภายใต้อาคารบ้านเรือนที่พังถล่มลงมาด้วยมือตัวเอง ซึ่งคาดว่า เฉพาะที่พื้นที่ดังกล่าวจะมีผู้ติดอยู่อีกหลายร้อยคน

นอกจากนี้ ถนนหลายสายยังไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เนื่องจากว่าเศษซากของอาคารที่พังทลายนั้นท่วมท้องถนน เช่นเดียวกับที่ระบบสื่อสารถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วย อีกทั้งยังทำให้ไม่ทราบได้ชัดเจนว่ามีผู้เสียชีวิตและสูญหายไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้จำนวนเท่าใดกันแน่

นอกจากนั้นทันทีหลังจากเกิดแผ่นดินไหวขึ้นก็ได้มีการออกประกาศเตือนคลื่นยักษ์สึนามิขึ้นในหลายพื้นที่รอบทะเลแคริบเบียน แต่ทว่าก็ถูกยกเลิกในเวลาต่อมาไม่นาน

“ทุกอย่างเริ่มสั่นสะเทือน ผู้คนเรื่องกรีดร้อง บ้านเรือนหลายหลังเริ่มล้ม” ผู้รอดชีวิตรายหนึ่งจากเหตุการณ์เล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ หลังนาทีวิกฤตชีวิต

ในขณะที่บรรยากาศภายนอกนั้นอยู่ในสภาพที่วุ่นวาย  มีรายงานว่าเริ่มเกิดการปล้น และขโมยข้าวของจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงปอร์โต แปรงซ์แล้ว

ทั้งนี้ ได้มีการคาดการณ์เบื้องต้นว่า เฮติ ซึ่งเป็นชาติยากจนที่สุดในซีกโลกตะวันตก ซึ่งมีประชากรราว 9 ล้านคน จะมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนหลายแสนคน อีกทั้ง นายแพทย์ หลุยส์-เจอร์ราร์ด กิลเลส อดีตส.ส. ของเฮติ กล่าวว่า โรงพยาบาลยังไม่สามารถรองรับเหยื่อของเหตุการณ์นี้ได้เพียงพอ มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังระงมไปทั่วโรงพยาบาล

ทั้งนี้ โรเบิร์ต มานูเอล ทูตของเฮติในเม็กซิโก เปิดเผยในระหว่างการแถลงข่าวว่า ประธานาธิบดี เรเน เปรอวาล ของเฮติ พร้อมด้วยภรรยาปลอดภัยดี แม้ว่าทำเนียบประธานาธิบดีและอาคารสำนักงานอื่นๆ ได้รับความเสียหาย

ด้าน อแลง ลีรอย หัวหน้าสำนักงานปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกแถลงการณ์จากยูเอ็น ในนิวยอร์ก ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ยูเอ็นสูญหายไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน หลังจากที่สำนักงาน 5 ชั้น ในเฮติ ได้พังครืนลงมา ซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึง เฮดิ แอนนาบิ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการของยูเอ็นประจำเฮติ ซึ่งอยู่ภายในสำนักงานขณะเกิดเหตุ

ด้าน บัน คี มูน เลขาธิการยูเอ็น แถลงว่า รู้สึกเสียใจและเป็นห่วงชาวเฮติอย่างมาก รวมถึงทั้งเจ้าหน้าของสหประชาชาติทุกคนที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่นั่น เอ็ดมอนด์ มูเล็ต รองหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการรักษาสันติภาพของยูเอ็น ระบุว่า โดยปกติแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ราว 200-250 คน ประจำในสำนักงาน แต่ทว่าเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลังจากเวลา 17.00 น. เพียงเล็กน้อยตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเป็นเวลาหลังเลิกงาน จึงไม่สามารถระบุจำนวนผู้ที่ติดอยู่ภายในได้ชัดเจน

 

อย่างไรก็ตาม ด้านเว็บไซด์ของหนังสือพิมพ์ ไชนา เดลี รายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ยูเอ็นซึ่งเป็นชาวจีนอยู่ในเฮติราว 125 คน โดยระบุว่าพบ 8 รายเสียชีวิตภายใต้ซากอาคาร และอีก 10 คน สูญหาย รวมทั้งเจ้าหน้าชาวจอร์แดนเสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 21 ราย

ทางด้านผู้นำประเทศจากทั่วโลกได้ประกาศยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้สั่งการให้ กองกำลังของสหรัฐและเจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือเฮติทันที โดยเจ้าหน้าที่ป้องกันชายฝั่งในรัฐไมอามี ของสหรัฐได้เคลื่อนกำลัง พร้อมทั้งเครื่องบินของกองกับไปยังพื้นที่ใกล้กับเฮติแล้ว

ส่วนรัฐบาลเวเนซุเอลาได้ประกาศจะส่งกำลังทหาร เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตอีกราว 50 คน พร้อมด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค และยาไปยังเฮติ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย แพทย์ พยาบาล และสุนัขดมกลิ่น จากทางอิตาลี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ระดมกำลังช่วยเหลือในพื้นที่ดังกล่าว

ทั้งนี้ ทางธนาคารเพื่อการพัฒนาอเมริก กล่าวว่า จะส่งเงินช่วยเหลือฉุกเฉินราว 2 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 6.61 ล้านบาท) ให้เฮติทันทีด้วย
 

 

ข่าวอื่นๆ