ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์เปิดทราเวลบับเบิล

วันที่ 02 ต.ค. 2563 เวลา 18:00 น.
ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์เปิดทราเวลบับเบิล
ออสเตรเลียไฟเขียวนิวซีแลนด์เข้าประเทศ ขณะนิวซีแลนด์ยังไม่อนุมัติ

CNN รายงานว่าออสเตรเลียวางแนวทางการเดินทางร่วมกับนิวซีแลนด์ เปิดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ โดยในช่วงแรกการเดินทางจะเป็นแบบเที่ยวเดียวจากนิวซีแลนด์ไปยังออสเตรเลียและมีการจำกัดจุดหมายปลายทางในข้อตกลง

วันที่ 2 ตุลาคม ไมเคิล แมคคอร์แมก รองนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าวในงานแถลงข่าวที่กรุงแคนเบอร์ราว่าขณะนี้ "ทราเวลบับเบิล" จะเริ่มขึ้นเฉพาะในรัฐนิวเซาท์เวลส์และนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี โดยจะเริ่มในวันที่ 16 ตุลาคม เวลา 12.01 น.

แมคคอร์แมก กล่าวว่าชาวนิวซีแลนด์ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงของโรคโควิด-19 ในช่วง 14 วันก่อนหน้าการเดินทาง จะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียได้โดยไม่ต้องกักตัว เป็นการยกเว้นกฎที่ทางการออสเตรเลียบังคับใช้ขณะนี้ว่าใครก็ตามที่เดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียจะต้องกักตัวในโรงแรมที่กำหนดให้เป็นเวลา 14 วันและออกค่าใช้จ่ายเอง

ทราเวลบับเบิลนี้จะทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับการกักตัวในซิดนีย์ 325 คนต่อสัปดาห์ เพื่อให้ชาวออสเตรเลียในต่างประเทศได้เดินทางกลับบ้านได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่รัฐบาลออสเตรเลียได้กำหนดขีดจำกัดจำนวนพลเมืองที่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศเพื่อลดความแออัดในการกักตัวในโรงแรม เนื่องจากยังมีชาวออสเตรเลียหลายพันคนที่ยังคงติดค้างอยู่ในต่างประเทศ

โดยกระทรวงสาธารณสุขของออสเตรเลียได้พิจารณาแล้วว่าความเสี่ยงที่นิวซีแลนด์จะมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปยังออสเตรเลียนั้นน้อยมาก

แต่ขณะนี้พรมแดนของนิวซีแลนด์ยังไม่เปิดให้ผู้เดินทางจากต่างประเทศ โดยแมคคอร์แมกกล่าวว่า นายกรัฐมนตรี จาร์ซินดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยกเว้นให้ชาวออสเตรเลียหรือไม่

ในขณะที่ผู้นำหญิงของนิวซีแลนด์กล่าวในวันเดียวกันว่า ชาวนิวซีแลนด์ที่รับข้อเสนอดังกล่าวของออสเตรเลียยังคงต้องกักตัวเมื่อเดินทางกลับมายังนิวซีแลนด์

"เราจะไม่เปิดการเดินทางระหว่างประเทศกับออสเตรเลียโดยไม่มีการกักตัวจนกว่าจะมั่นใจว่าปลอดภัย เนื่องจากการดำเนินการที่เร็วเกินไปมีความเสี่ยง" อาร์เดิร์นกล่าวโดยสนับสนุนให้ชาวนิวซีแลนด์เที่ยวในประเทศ

ทั้งนี้ การตกลงเกี่ยวกับทราเวลบับเบิลระหว่างออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์นี้เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แต่ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากพบผู้ติดเชื้อระลอกสองทั้งในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

Photo by Saeed KHAN / AFP